Tradelle
เข้าสู่ระบบเริ่มใช้งานฟรี
เข้าสู่ระบบ

ซื้อร้านดรอปชิป Shopify ที่เปิดขายอยู่: วิธีซื้อธุรกิจออนไลน์ที่ทำกำไร

อ่าน 16 นาทีเผยแพร่:
ซื้อร้านดรอปชิป Shopify ที่เปิดขายอยู่: วิธีซื้อธุรกิจออนไลน์ที่ทำกำไร
ลองใช้ Tradelle
ค้นหาสินค้าขายดีมาขาย วิเคราะห์คู่แข่ง และทำให้ร้านค้าของคุณทำงานอัตโนมัติ
เริ่มใช้งานฟรี

ในบทความนี้ เราจะแนะนำแหล่งซื้อร้านค้า Shopify ที่ดีที่สุดให้คุณ แม้การสร้างร้านเองจะเป็นเรื่องง่าย แต่แต่ละคนมีทักษะและเงื่อนไขที่ต่างกัน ในบางสถานการณ์ การจ้างคนอื่นสร้างร้านให้จึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

เราจะพูดถึง:

  • ห้าแหล่งซื้อร้านค้า Shopify ที่ดีที่สุด
  • ข้อดีของการซื้อร้านแทนการสร้างเอง
  • สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนใช้บริการผู้สร้างร้านค้า Shopify

พร้อมดูแหล่งซื้อร้านค้า Shopify สำเร็จรูปแล้วหรือยัง มาเริ่มกันเลย

ข้อดีของการซื้อร้านดรอปชิป Shopify สำเร็จรูป

แม้การสร้างร้านดรอปชิปด้วยตัวเองจะเป็นแนวคิดที่ดีมาก แต่การซื้อร้านสำเร็จรูปก็มีข้อดีเช่นกัน ได้แก่:

  1. ประหยัดเวลาสร้างร้านได้มาก
  2. ได้ร้านที่สร้างโดยมืออาชีพ
  3. เปิดดำเนินการร้านดรอปชิปที่พร้อมขาย
  4. ขายสินค้าขายดีที่ผ่านการวิจัย

มาดูข้อดีแต่ละข้อกัน

1. ประหยัดเวลาสร้างร้านค้า Shopify ได้มาก

คุณสามารถสร้างร้านค้า Shopify ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันจริง แต่ร้านแบบนั้นจะมีแค่โครงสร้างพื้นฐานที่เรียบง่ายมาก แค่เขียนหน้าข้อมูลทางกฎหมายก็อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันแล้ว นอกจากนี้ คุณยังต้องสร้างคอลเลกชันสินค้า เลือกสินค้า เขียนคำอธิบายสินค้าใหม่ นำเข้าสินค้า และทำอีกหลายอย่าง

ตอนนี้คุณคงพอนึกออกแล้วว่าการสร้างร้านค้า Shopify ให้ดูสะดุดตาและเป็นมืออาชีพอาจใช้เวลานานแค่ไหน หากคุณไม่เคยใช้ Shopify มาก่อน บอกได้เลยว่าคุณอาจต้องลองปรับแต่งอยู่นานหลายสัปดาห์ กว่าจะรู้สึกพอใจกับร้านจริง ๆ การซื้อร้านค้า Shopify ที่เปิดขายอยู่แล้วอาจเป็นทางออก

นอกจากนี้ คุณอาจทำผิดพลาดจนต้องกลับมาแก้งาน ทำให้เสียเวลาเพิ่มกับสิ่งที่ควรทำเสร็จตั้งแต่ครั้งแรก ตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อคุณยังไม่รู้ว่าธีม Shopify ทำอะไรได้บ้าง ก็จะต้องลองเปลี่ยนไปทีละธีม อีกทั้งยังต้องหารูปสินค้า วิดีโอ แบนเนอร์หลัก และอีกมากมาย

การสร้างร้านเองคุ้มค่ากับความพยายามอย่างแน่นอน แต่การซื้อร้านค้า Shopify ที่มีอยู่แล้วช่วยประหยัดแรงและลดความหงุดหงิดจากการทำงานหลายสัปดาห์ได้

2. ได้ร้านที่สร้างโดยมืออาชีพ

ร้านที่คุณซื้อเป็นร้านที่ดูเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่งานที่เอาส่วนต่าง ๆ มาปะติดปะต่อกันอย่างไม่เข้ากัน ร้านค้า Shopify ที่ซื้อทางออนไลน์มีคุณสมบัติแบบมืออาชีพดังนี้:

  • ความสม่ำเสมอ
  • ความสอดคล้อง
  • ความเป็นมาตรฐาน

คุณอาจยังไม่รู้ว่าการสร้างร้านต้องใช้ชุดสีและคู่มือรูปแบบแบรนด์ ทั้งสองอย่างเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างแบรนด์ ซึ่งคุณต้องกำหนดมาตรฐานเอง

นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจที่สร้างร้านค้าออนไลน์ยังรู้ว่าความเร็วมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เราจึงเชื่ออย่างยิ่งว่าพวกเขาจะไม่ติดตั้งแอปที่ไม่จำเป็นในร้านค้า Shopify จนทำให้เว็บไซต์ช้าลง

หากคุณสร้างร้านค้า Shopify เอง คุณจะต้องลองใช้แอปต่าง ๆ แล้วจึงพบว่าแอปเหล่านั้นส่งผลเสียต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณ

สุดท้าย หากมืออาชีพเป็นคนทำ สี ฟอนต์ และขนาดตัวอักษรจะสอดคล้องกลมกลืนกันทั้งหมด หากทำเอง คุณอาจต้องลองผิดลองถูกว่าสีไหนเข้ากัน หรือฟอนต์ไหนสื่อถึงแบรนด์ของคุณได้ดีที่สุด

3. เปิดดำเนินการร้านดรอปชิปที่พร้อมขาย

ร้านค้า Shopify ที่ซื้อทางออนไลน์พร้อมเปิดดำเนินการ ต่อไปนี้คือตัวอย่างรายการสิ่งที่คุณจะได้รับ:

  • คอลเลกชันและสินค้าที่อัปโหลดแล้ว
  • หน้าข้อมูลทางกฎหมาย เช่น นโยบายความเป็นส่วนตัว การจัดส่ง การคืนเงิน เกี่ยวกับเรา และอื่น ๆ
  • แบนเนอร์หลักและวิดีโอสำหรับหน้าแลนดิ้งเพจ
  • การเชื่อมต่อแอปจัดส่ง
  • การเชื่อมต่อระบบประมวลผลการชำระเงิน
  • แอปฐานข้อมูลซัพพลายเออร์

ลองคิดดูว่า เวลาของคุณมีมูลค่าเท่าไร หากคุณมีรายได้ชั่วโมงละ $30 และใช้เวลา 100 ชั่วโมงสร้างร้าน เท่ากับคุณใช้เวลาที่มีมูลค่า $3,000 ไปกับการสร้างร้าน

ในขณะที่คุณสามารถซื้อร้านได้ในราคาเริ่มต้นเพียง $299 ร้านลักษณะนี้เป็นร้านใหม่ที่มีสินค้าอยู่แล้ว และสร้างตามข้อกำหนดของคุณ ร้านพร้อมเปิดขาย คุณจึงประหยัดไปได้มากกว่า $2,700!

4. ขายสินค้าขายดีที่ผ่านการวิจัย

ร้านค้า Shopify สำเร็จรูปมีสินค้าอยู่แล้ว ร้านเหล่านี้เลือกตลาดเฉพาะกลุ่มมาอย่างรอบคอบ คุณจึงไม่ต้องเหนื่อยกับการหาสินค้าขายดีอีกต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มซื้อขายร้านค้า Shopify ที่คุณสามารถดูผลประกอบการด้านรายได้ของร้านได้ ผู้ขายบางรายทำเงินจากร้านเหล่านี้ได้มากพอแล้ว และไม่ต้องการทำต่อด้วยเหตุผลต่าง ๆ

สิ่งเดียวที่คุณต้องกังวลตอนนี้คือความน่าเชื่อถือของซัพพลายเออร์ การนำเข้าสินค้าไปยังร้านค้า Shopify นั้นง่าย แต่การทำให้มั่นใจว่าซัพพลายเออร์เชื่อถือได้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยากกว่ามาก

ข่าวดีคือร้านค้า Shopify ที่ประกาศขายมีสินค้าขายดีอยู่แล้ว ผู้สร้างร้านใช้เครื่องมืออย่าง Tradelle เพื่อค้นหาว่าสินค้าใดเป็นที่ต้องการ หากคุณทำเอง คุณอาจตัดสินใจพลาดจนต้องเสียเงินค่าโฆษณาในภายหลัง

Tradelle เป็นซัพพลายเออร์ดรอปชิปและเครื่องมือวิจัยสินค้าที่ใช้ฟรี ซึ่งช่วยให้คุณค้นหาสินค้าขายดีได้ แต่หากต้องการใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด คุณต้องสมัครสมาชิกแบบชำระเงิน เราแนะนำให้ใช้เครื่องมือนี้หลังจากซื้อร้านค้า Shopify โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการขยายธุรกิจหรือเพิ่มสินค้า

หากคุณซื้อร้านค้า Shopify สิ่งที่ต้องทำมีเพียงเริ่มลงโฆษณาแล้วรอยอดขาย บางครั้งคุณอาจซื้อร้านที่มีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้วได้ด้วย แต่ร้านเหล่านี้จะมีราคาสูงกว่ามาก

ดรอปชิปทำกำไรได้มากแค่ไหน

ดรอปชิปเป็นรูปแบบธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง เพราะคุณไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาก ไม่มีค่าเช่า และไม่ต้องจ่ายค่าจ้างพนักงานด้วยซ้ำ

สิ่งที่คุณต้องจ่ายมีเพียงค่าสมาชิก Shopify และ Tradelle ซึ่งรวมกันประมาณ $31 ต่อเดือน คุณสามารถสร้างร้านค้า Shopify ได้ในราคา $1 สำหรับเดือนแรก ส่วน Tradelle มีค่าใช้จ่ายเพียง $29.99

ลองดูสถานการณ์สมมตินี้:

  • คุณจัดหาเคสโทรศัพท์จาก AliExpress ในราคา $1.81 (ดูภาพหน้าจอด้านล่าง)
  • คุณขายเคสนี้ในร้านราคา $9.99 (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

สมมติว่าคุณขายได้ 500 ชิ้นในหนึ่งเดือน รายได้รวมของคุณคือ 500 ชิ้น x ชิ้นละ $9.99 = $4,995

ต้นทุนสินค้าของคุณคือ 500 x $1.81 = $905 สมมติว่าคุณจ่ายค่าโฆษณา Facebook ไป $100 เมื่อรวมกับค่า Shopify อีก $25 จะมีค่าใช้จ่ายรวม $125

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณคือต้นทุนสินค้าที่ขาย $905 + ค่าโฆษณา Facebook $100 + ค่า Shopify $25 = $1,030

กำไรสุทธิของคุณจึงเท่ากับ $3,965

จะเห็นได้ว่าดรอปชิปทำกำไรได้ แต่ปริมาณการขายคือหัวใจสำคัญ คุณต้องมั่นใจว่ากิจกรรมทางการตลาดของคุณสร้างยอดขายได้จริง

ซื้อร้านค้า Shopify ได้ที่ไหน

มีหลายแหล่งที่คุณสามารถซื้อธุรกิจ Shopify ได้ แต่แพลตฟอร์มซื้อขายเหล่านี้ไม่ได้ปลอดภัยทุกแห่ง เพื่อช่วยลดโอกาสซื้อจากผู้ขายที่หลอกลวง ต่อไปนี้คือรายชื่อแพลตฟอร์มซื้อขายร้านค้า Shopify ที่ดีที่สุด ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อธุรกิจออนไลน์ได้

  1. Empire Flippers
  2. Flippa Marketplace
  3. AdSellr
  4. EcommerceiFy

เว็บไซต์ซื้อขายร้านค้า Shopify เหล่านี้มีตัวเลือกมากมาย ทั้งธุรกิจค้าส่ง ธุรกิจที่เปิดดำเนินการอยู่แล้วและมีรายได้ดี หรือธุรกิจพิมพ์ตามสั่ง มาดูข้อดีข้อเสียและสิ่งที่แต่ละเว็บไซต์มีให้กัน

1. Empire Flippers

Empire Flippers เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายยอดนิยม ไม่ได้มีเฉพาะร้านค้า Shopify แต่รวมถึงร้านค้าบนทุกแพลตฟอร์ม ปัจจุบันขายร้านไปแล้วกว่า 2,000 ร้าน คิดเป็นมูลค่า $482 ล้าน

ฟีเจอร์ของ Empire Flippers

  • ตัวกรอง: คุณกรองร้านตามตลาดเฉพาะกลุ่ม ประเภท ราคาต่ำสุด และราคาสูงสุดได้ สำหรับประเภทธุรกิจ คุณเลือกได้ทั้งดรอปชิป Amazon FBA โฆษณาแบบดิสเพลย์ SaaS และอีกมากมาย
  • กำไรสุทธิ: ประกาศขายแต่ละรายการให้ข้อมูลสำคัญ เช่น ผลประกอบการที่พิสูจน์ได้ในรูปของกำไรสุทธิรายเดือนของร้านที่ขาย พร้อมแสดงรายได้รวมต่อเดือนและวิธีที่ร้านสร้างรายได้
  • กราฟ: เมื่อคลิกประกาศขายร้าน คุณจะเห็นกราฟมากมายที่ช่วยประเมินผลประกอบการของร้านได้ คุณจะดูได้ว่าร้านสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่

ข้อดีของ Empire Flippers

  • กรองประเภทร้านที่ต้องการซื้อได้ง่าย
  • มีการวิเคราะห์จาก AHREF ที่แสดงสถานะด้าน SEO ของร้าน
  • มีส่วนถามตอบ
  • รับประกันธุรกรรมที่ปลอดภัยด้วยระบบเอสโครว์ที่ให้คนกลางถือเงินไว้

ข้อเสียของ Empire Flippers

ผู้ขายจ่ายค่าคอมมิชชัน 15% ให้ Empire Flippers ซึ่งคุณในฐานะผู้ซื้อน่าจะต้องรับภาระนี้

ร้านค้า Shopify สำเร็จรูปบนเว็บไซต์นี้มีราคาค่อนข้างสูง ร้านที่เราเห็นมีราคาตั้งแต่ $80,000 ถึง $1.5 ล้าน อย่างไรก็ตาม ร้านเหล่านี้มีเหตุผลที่ตั้งราคาเช่นนั้น เพราะมียอดขายอยู่แล้ว

2. Flippa Marketplace

Flippa มีรูปแบบธุรกิจคล้ายกับ Empire Flippers เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ที่คุณเลือกดูร้านที่สร้างบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ และเช่นเดียวกับ Empire Flippers คุณสามารถจำกัดการค้นหาให้แสดงเฉพาะร้านดรอปชิป Shopify ได้

ฟีเจอร์ของ Flippa

  • การยืนยันตัวตน: Flippa มีกระบวนการยืนยันตัวตนที่แสดงว่าผู้ขายผ่านการตรวจสอบแล้วหรือไม่ กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้ซื้ออย่างคุณมั่นใจได้ว่ากำลังติดต่อกับธุรกิจที่มีตัวตนจริง
  • ข้อมูล: ผลการค้นหาประกาศขายมีสรุปรายละเอียดสำคัญ เช่น อุตสาหกรรม ตลาดเฉพาะกลุ่ม รูปแบบการสร้างรายได้ และอายุของร้าน
  • ติดตามประกาศ: คุณไม่จำเป็นต้องซื้อร้านทันที เพราะมีฟีเจอร์ให้ติดตามประกาศขายและดูความเคลื่อนไหวได้

ข้อดีของ Flippa

  • มีกระบวนการยืนยันตัวตนที่พิสูจน์ว่าบุคคลหรือธุรกิจมีตัวตนจริง
  • ดูอัตรากำไรของร้านที่ประกาศขายได้ง่าย
  • ประกาศขายระบุจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือยอดดูหน้าเว็บต่อเดือนของร้าน
  • รับประกันธุรกรรมที่ปลอดภัยด้วยระบบเอสโครว์ที่ให้คนกลางถือเงินไว้

ข้อเสียของ Flippa

  • ร้านมีราคาสูง

ที่นี่มีร้านขายในราคาเริ่มต้นเพียง $16,000 และร้านเหล่านี้ทำกำไรได้ประมาณ $4,000 ต่อเดือน คุณจึงคาดว่าจะคืนทุนได้เร็วที่สุดภายในสี่เดือน

3. AdSellr

AdSellr เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายที่มีบริการหลากหลาย นอกจากขายธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว ยังมีบริการจัดการโฆษณา Facebook คอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้าง และอีกมากมาย

ฟีเจอร์ของ AdSellr

  • ราคาย่อมเยา: คุณอาจซื้อร้านค้า Shopify ได้ในราคาไม่เกิน $389 ซึ่งรวมสินค้าขายดีหลายรายการที่คัดสรรตามตลาดเฉพาะกลุ่มที่คุณต้องการไว้แล้ว
  • ส่งมอบรวดเร็ว: คุณอาจได้รับร้านเร็วที่สุดภายในห้าวัน ระยะเวลาสร้างร้านขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่คุณต้องการ
  • ซัพพลายเออร์ในสหรัฐฯ : คุณคาดหวังได้ว่าสินค้าในร้านจะมาจากซัพพลายเออร์ในสหรัฐฯ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณต้องการเจาะตลาดสหรัฐฯ

ข้อดีของ AdSellr

  • ได้ร้านที่มีเอกลักษณ์ตามตัวเลือกของคุณ
  • ร้านได้รับการปรับแต่งเพื่อ SEO
  • ได้รับผู้ติดตาม Instagram ฟรี 10,000 คน พร้อมบัญชี Instagram

ข้อเสียของ AdSellr

  • ยิ่งมีสินค้ามาก ราคายิ่งสูง ร้านที่มีสินค้า 100 รายการมีราคา $2,250

โดยรวมแล้ว AdSellr เป็นเอเจนซีการตลาดที่ช่วยเจ้าของธุรกิจดึงดูดผู้เข้าชม จัดการโฆษณาให้เปลี่ยนเป็นยอดขาย และพัฒนาร้านค้า Shopify ให้เป็นธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตได้ดี

โปรดทราบว่าร้านที่คุณซื้อจากที่นี่ยังไม่ได้สร้าง คุณต้องพูดคุยกับทีมงานเกี่ยวกับรูปแบบที่ต้องการ ต่างจาก Flippa หรือ Empire Flippers ที่ร้านค้า Shopify เปิดขายและใช้งานได้แล้ว กล่าวคือคุณกำลังจ้างมืออาชีพของ AdSellr ให้สร้างร้านค้า Shopify ตั้งแต่ต้น

4. Ecommerceify

นายหน้าซื้อขายธุรกิจรายนี้มีร้านค้า Shopify ให้เลือกสามประเภท: ร้านสั่งทำ ร้านสำเร็จรูป และร้านดรอปชิป ประเภทแรกเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีสินค้าของตัวเอง ไม่ใช่ผู้ขายดรอปชิป ประเภทที่สองเป็นร้านสำเร็จรูปที่มีสินค้าขายดีอยู่แล้ว ส่วนประเภทที่สามทำมาเพื่อผู้ขายดรอปชิปโดยเฉพาะ

ฟีเจอร์ของ Ecommerceify

  • ตั้งค่าครบถ้วน: ร้านค้า Shopify ที่ส่งมอบให้คุณมีทุกอย่างที่จำเป็นแล้ว ทั้งสินค้าขายดี ใบรับรอง SSL และระบบประมวลผลการชำระเงิน สิ่งที่คุณต้องทำต่อจากนี้มีเพียงทำการตลาดให้ร้านและจัดการออเดอร์
  • บริการช่วยเหลือ: ทีมงานจะให้ความช่วยเหลือแม้ส่งมอบร้านค้า Shopify แล้ว ซึ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะหากคุณไม่มีประสบการณ์สร้างร้านดรอปชิป Shopify ด้วยตัวเอง
  • โพสต์โซเชียลมีเดีย: การซื้อร้านค้า Shopify รวมสื่อการตลาดสำหรับโซเชียลมีเดียด้วย นอกจากร้านแล้ว ทีมงานจะออกแบบกราฟิกให้คุณนำไปใช้กับโฆษณาหรือแคมเปญโซเชียลมีเดียได้

ข้อดีของ Ecommerceify

  • เลือกสร้างร้านตามความต้องการของคุณได้
  • ร้านมีสินค้าขายดีใส่ไว้ให้แล้ว
  • ร้านที่ซื้อเชื่อมต่อเกตเวย์การชำระเงินไว้แล้ว
  • ธุรกรรมทางธุรกิจทั้งหมดปลอดภัยด้วยฟีเจอร์เอสโครว์ที่ให้คนกลางถือเงินไว้

ข้อเสียของ Ecommerceify

  • ไม่เปิดเผยซัพพลายเออร์ของร้านดรอปชิป

Ecommerceify เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณมีงบจำกัด ร้านดรอปชิปมีราคาเพียง $149 เริ่มต้นได้ด้วยการกรอกแบบฟอร์มและให้รายละเอียดให้มากที่สุด ทีมงานจะติดต่อคุณเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องการ แล้วจึงเริ่มสร้างร้านค้า Shopify

5. แพลตฟอร์มจ้างฟรีแลนซ์

ตัวเลือกสุดท้ายที่เราแนะนำคือซื้อร้านค้า Shopify จากแพลตฟอร์มจ้างฟรีแลนซ์ เช่น Fiverr และ Upwork ในรูปแบบนี้ คุณจะติดต่อกับฟรีแลนซ์ที่สร้างร้านตามข้อกำหนดของคุณ

ฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มจ้างฟรีแลนซ์

  • ตัวเลือกมากมาย: เนื่องจากเป็นเว็บไซต์รวมฟรีแลนซ์ คุณจึงมีตัวเลือกหลายร้อยราย และผู้ขายหลายรายยังแถมบริการหรือของพิเศษต่าง ๆ ให้ด้วย
  • ราคา: ร้านค้า Shopify มีราคาย่อมเยา หากใช้ Fiverr คุณน่าจะซื้อร้านค้า Shopify ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง $100 ส่วน Upwork ต่างออกไปเล็กน้อย เพราะฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่คิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง
  • ความปลอดภัย: ในฐานะผู้ซื้อ คุณคาดหวังให้แพลตฟอร์มเหล่านี้คุ้มครองเงินของคุณได้ แพลตฟอร์มใช้บริการเอสโครว์เพื่อถือเงินที่คุณชำระไว้ และจะจ่ายให้ผู้ขายหรือผู้สร้างร้านเมื่อคุณพอใจกับผลงานแล้วเท่านั้น

ข้อดีของแพลตฟอร์มจ้างฟรีแลนซ์

  • มีฟรีแลนซ์ให้เลือกทำงานด้วยมากมาย
  • แพลตฟอร์มมีการคุ้มครองผู้ซื้อ
  • ร้องเรียนและขอเงินคืนได้หากไม่พอใจ

ข้อเสียของแพลตฟอร์มจ้างฟรีแลนซ์

  • ผู้ให้บริการบางรายจะให้เพียงร้านค้า Shopify ที่ใช้รูปแบบสำเร็จรูปเหมือน ๆ กัน

ใช้เวลาตรวจสอบและพูดคุยกับฟรีแลนซ์ให้รอบคอบ อ่านประกาศบริการให้ละเอียดและทำความเข้าใจข้อจำกัดของสิ่งที่เสนอ ควรปรึกษาและถามให้ชัดเจนว่าคุณจะได้อะไรบ้างจากเงินที่จ่าย แทนที่จะต้องมาร้องเรียนและขอให้คนกลางตัดสินข้อพิพาทภายหลัง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อร้านค้า Shopify สำเร็จรูป

ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเซ็นข้อตกลง มีเรื่องสำคัญที่คุณต้องพิจารณา เพราะเมื่อซื้อแล้ว คุณคงไม่อยากมานึกเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง

1. สินค้าและซัพพลายเออร์

มีสินค้าอยู่หลายล้านรายการและซัพพลายเออร์หลายหมื่นราย ก่อนซื้อร้าน คุณต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบว่ามีสินค้าอะไรอัปโหลดไว้บ้าง และใครเป็นผู้ขายสินค้าเหล่านั้น

อย่าลืมหาให้ได้ว่าซัพพลายเออร์คือใคร แล้วลองซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์รายนั้นเพื่อตรวจสอบคุณภาพ หากคุณยังไม่รู้ รูปสินค้ามักดูดีเสมอ แต่สินค้าจริงกลับแย่มาก สิ่งที่คุณคงไม่อยากเจอคือการซื้อร้านสำเร็จรูปที่มีแต่สินค้าคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน

เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาหากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่คุณซื้อเปิดดำเนินการมาหลายปีแล้ว หากร้านมียอดขายและทำกำไรได้ ก็หมายความว่าสินค้ามีคุณภาพสูงและผู้ขายมีฐานลูกค้าขนาดพอสมควร

2. ฟังก์ชันและแอป

ถามผู้ขายว่าร้านค้า Shopify มีแอปอะไรบ้าง และต้องสมัครสมาชิกแบบชำระเงินหรือไม่ Shopify มีแอปหลายพันตัว แม้ส่วนใหญ่ใช้ฟรี แต่คุณจะใช้ฟังก์ชันได้ครบก็ต่อเมื่อจ่ายค่าสมาชิก

หนึ่งในแอปสำคัญที่สุดที่ควรตรวจสอบคือเครื่องมือนำเข้าสินค้าจากซัพพลายเออร์ แพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ถูก และอาจมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อย $30 ต่อเดือน

ตรวจสอบเรื่องนี้หากร้านที่คุณซื้อมีสินค้าอัปโหลดไว้แล้ว และทำเช่นเดียวกันหากคุณซื้อธุรกิจ Shopify ที่เปิดดำเนินการอยู่

อีกเรื่องที่ควรถามคือระบบประมวลผลการชำระเงิน เช่น หากผู้ขายใช้ Stripe คุณควรรู้ว่า Stripe ไม่ได้ให้บริการในทุกประเทศ หากคุณอยู่ในประเทศที่ไม่มีบริการ Stripe ก็ต้องเตรียมศึกษาระบบประมวลผลการชำระเงินอื่นไว้เป็นทางเลือก

3. ประเด็นทางกฎหมายและธุรกิจ

สุดท้าย ให้สอบถามปัญหาทางธุรกิจของร้านที่คุณซื้อ เช่น หนี้สิน กรรมสิทธิ์ หุ้นส่วน และปัญหาอื่นในลักษณะเดียวกัน คุณคงไม่อยากซื้อร้านที่ติดหนี้ซัพพลายเออร์อยู่

ปัญหานี้จะมีเฉพาะกรณีที่คุณซื้อร้านค้า Shopify ซึ่งเป็นของบริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว หากซื้อร้านสำเร็จรูปจากฟรีแลนซ์ เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา

คำถามที่พบบ่อย: การซื้อร้านดรอปชิป Shopify สำเร็จรูป

ซื้อร้านค้า Shopify สำเร็จรูปคุ้มไหม

คุ้ม เพราะการซื้อร้านค้า Shopify สำเร็จรูปช่วยประหยัดเวลาได้มากและไม่ต้องหงุดหงิดกับการสร้างร้านเอง

ซื้อร้านค้า Shopify ที่มีอยู่แล้วได้ไหม

ได้ มีร้านค้า Shopify ที่เปิดอยู่แล้วให้ซื้อ แต่ร้านเหล่านี้อาจทำเงินอยู่หรือไม่ก็ได้ จึงควรระมัดระวัง

สร้างร้านค้า Shopify ก่อนจ่ายเงินได้ไหม

ทำไม่ได้ แต่คุณสามารถเลือกดูร้านค้า Shopify ที่มีอยู่แล้วหรือร้านสำเร็จรูป แล้วเลือกร้านที่ต้องการได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าสร้างร้านค้า Shopify เสร็จแล้ว

ผู้สร้างจะแจ้งเมื่อร้านพร้อม ก่อนตกลงรับมอบ อย่าลืมทดสอบร้านให้แน่ใจ

ส่งท้าย

ขั้นตอนถัดไปที่เราแนะนำคือลองดูผู้ให้บริการร้านค้า Shopify ที่แนะนำไว้ ใช้เวลาอ่านรายละเอียดบริการ แล้วตัดสินใจว่าใครให้บริการได้ดีที่สุดตามความต้องการของธุรกิจคุณ จากนั้นคุณก็สามารถเพิ่มสินค้าที่ตรงกับความต้องการในปัจจุบันและกำลังเป็นกระแสลงในร้านที่สร้างเสร็จแล้ว โดยค้นหาและนำเข้าสินค้าได้จาก Tradelle.

ลองใช้ Tradelle
ค้นหาสินค้าขายดีมาขาย วิเคราะห์คู่แข่ง และทำให้ร้านค้าของคุณทำงานอัตโนมัติ
เริ่มใช้งานฟรี

Aaron Matthew Ang

Aaron Matthew Ang
E-Commerce Writer at Tradelle
แชร์:
ลองใช้ Tradelle
ค้นหาสินค้าขายดีมาขาย วิเคราะห์คู่แข่ง และทำให้ร้านค้าของคุณทำงานอัตโนมัติ
เริ่มใช้งานฟรี

อ่านบทความยอดนิยมในวงการ E-Commerce

  • ดรอปชิปคืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร

    ทั่วไป
    ดรอปชิปคืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร
    ทำความเข้าใจดรอปชิปและขั้นตอนเริ่มธุรกิจออนไลน์ของคุณเอง
    อ่าน 16 นาที
  • คู่มือค้นหาสินค้าขายดีบน AliExpress

    การวิจัยสินค้า
    คู่มือค้นหาสินค้าขายดีบน AliExpress
    ค้นพบกลยุทธ์ชั้นนำในการค้นหาสินค้าที่ตลาดต้องการสูงและทำกำไรได้บน AliExpress
    อ่าน 15 นาที
  • 13 วิธีเพิ่มผู้เข้าชมร้านดรอปชิปของคุณ

    การตลาด
    13 วิธีเพิ่มผู้เข้าชมร้านดรอปชิปของคุณ
    เรียนรู้กลยุทธ์ดึงผู้เข้าชมร้านค้า พร้อมแนวทางทำโฆษณาให้ได้ผล
    อ่าน 23 นาที
  • 12 วิธีเพิ่มยอดขายบน Shopify

    การปรับปรุงร้านค้า
    12 วิธีเพิ่มยอดขายบน Shopify
    เรียนรู้หลากหลายวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าของคุณ
    อ่าน 16 นาที

อย่าทำดรอปชิปแบบปี 2017

ลองนึกภาพว่ามีคนถามว่าคุณใช้ซัพพลายเออร์เจ้าไหน แล้วคุณต้องตอบว่าเป็นตัวแทนจัดหาสินค้าส่วนตัว หรือ AliExpress หรือเครื่องมืออัตโนมัติที่แค่ซื้อสินค้าจาก AliExpress ให้คุณ นี่ปี 2026 แล้ว ผลดีจะเกิดกับทั้งลูกค้า รายได้ และกำไรของคุณ