สินค้าและตลาดเฉพาะกลุ่มที่ดีที่สุดสำหรับขายได้ตลอดปี

หากคุณต้องการรายได้ที่สม่ำเสมอจากการดรอปชิป คุณต้องขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปี ในบทความนี้ จะพาคุณไปรู้จัก:
- สินค้าที่ขายได้ตลอดปีคืออะไร
- สินค้าเหล่านี้ต่างจากสินค้าตามกระแสอย่างไร
- ข้อดีและข้อเสียของการดรอปชิปสินค้าที่ขายได้ตลอดปี
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำสำคัญที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการดรอปชิปสินค้าที่ขายได้ตลอดปี
เมื่ออ่านจบ หวังว่าคุณจะมั่นใจในการขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปีมากขึ้น แม้ผู้ขายดรอปชิปหลายรายจะขายสินค้าเหมือนกัน แต่ก็ยังมีหลายวิธีที่ช่วยให้คุณก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้
สินค้าที่ขายได้ตลอดปีคืออะไร
สินค้าที่ขายได้ตลอดปีคือสินค้าที่ผู้คนซื้อตลอดทั้งปี ซึ่งตรงข้ามกับสินค้าตามฤดูกาลอย่างสิ้นเชิง สินค้าตามฤดูกาลมีความต้องการเฉพาะในบางฤดู ส่วนสินค้าที่ขายได้ตลอดปีมีผู้ซื้ออยู่เสมอ
คำว่า Evergreen ตามความหมายตรงตัวหมายถึงพืชที่มีใบเขียวตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนาว ฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง สีของใบก็ไม่เปลี่ยน สินค้าที่ขายได้ตลอดปีก็เช่นกัน ความต้องการไม่ได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลใด
บางครั้งสินค้าที่ขายได้ตลอดปีก็เรียกว่าสินค้าสิ้นเปลือง ผู้คนใช้จนหมดและต้องซื้อใหม่ บางครั้งสินค้าที่ขายได้ตลอดปีกับสินค้าตามฤดูกาลก็ทับซ้อนกันได้ เช่น เสื้อโค้ตเป็นสินค้าตามฤดูกาล แต่ก็อยู่ในหมวดแฟชั่นซึ่งเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่ขายได้ตลอดปี
หากต้องการดูว่าสินค้าชิ้นหนึ่งขายได้ตลอดปีหรือไม่ ลองถามตัวเองว่า: นี่คือสิ่งที่คนจำนวนมากจำเป็นต้องใช้และซื้อไม่ว่าจะเป็นฤดูใดหรือไม่ ถ้าใช่ คุณก็พบสินค้าที่ขายได้ตลอดปีซึ่งอาจนำมาพิจารณาขายได้แล้ว
ความแตกต่างระหว่างสินค้าที่ขายได้ตลอดปีกับสินค้าตามกระแส
นอกจากเรื่องฤดูกาลแล้ว ยังมีความแตกต่างอื่นระหว่างสินค้าตามกระแสกับสินค้าที่ขายได้ตลอดปี มาดูทีละข้อกัน
- ความต้องการของผู้บริโภค: สินค้าตามกระแสมีความต้องการเฉพาะช่วงที่กำลังเป็นกระแส เมื่อกระแสจบลง ก็ไม่มีใครต้องการสินค้านั้นอีก กระแสนั้นไม่น่าจะกลับมาอีก ลองนึกถึงสปินเนอร์ ของเล่นชนิดนี้เคยเป็นที่ต้องการอย่างมาก แต่ตอนนี้เด็ก ๆ หันไปสนใจอย่างอื่นแล้ว และไม่มีใครอยากได้สปินเนอร์อีก ในทางกลับกัน สินค้าที่ขายได้ตลอดปีเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ
- เงินทุนและราคาขาย: ซัพพลายเออร์สินค้าตามกระแสอาศัยความนิยมทำเงิน โดยตั้งราคาสินค้าให้สูงเป็นพิเศษ และราคานี้ก็ส่งต่อมาถึงคุณและลูกค้าของคุณ ส่วนสินค้าที่ขายได้ตลอดปีมักมีราคาตลาดที่สมดุลอยู่เสมอ
- ความจำเป็นของผู้บริโภค: สินค้าที่ขายได้ตลอดปี เช่น ลิปสติก เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจะซื้ออยู่เสมอ เว้นแต่จะตัดสินใจเลิกแต่งหน้า สินค้าที่ขายได้ตลอดปีจึงมักเป็นของจำเป็นมากกว่าของที่อยากได้ ส่วนสินค้าตามกระแสไม่ใช่ของจำเป็น แต่เป็นสิ่งที่ซื้อด้วยความอยากชั่ววูบ
ท้ายที่สุด สินค้าที่ขายได้ตลอดปีก็ยังคงอยู่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แม้จะผ่านไปอีก 100 ปีนับจากวันนี้ สินค้าเหล่านี้ก็ยังขายได้ ส่วนสินค้าตามกระแสจะหายไปในที่สุดและไม่กลับมาอีก
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ บางครั้งสินค้าตามกระแสอาจกลายเป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดปีในวันหนึ่ง เช่น โดรนเคยเป็นสินค้าตามกระแสอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้กลายเป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดปีแล้ว ทุกวันนี้แทบไม่มีช่างภาพมืออาชีพคนไหนที่ไม่ใช้โดรน
สินค้าและตลาดเฉพาะกลุ่มที่ดีที่สุดสำหรับดรอปชิปได้ตลอดปี
1. เครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัว
ต่อไปนี้คือเครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัวที่ดีที่สุดบางส่วนที่คุณสามารถขายออนไลน์ได้:
- ลิปสติก
- เครื่องสำอาง
- อุปกรณ์แต่งหน้า เช่น แปรง
- กระเป๋าใส่ชุดเครื่องสำอาง
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- สบู่และครีม
นี่คือตัวอย่างแนวโน้มการค้นหาบน Google:

คะแนน 0 ถึง 100 ทางด้านซ้ายเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณการค้นหาคำว่า “สบู่” คะแนนที่เหมาะสมควรสูงกว่า 50 เพราะคะแนนที่สูงกว่า 50 แสดงว่ามีความสนใจสูง
โปรดทราบว่าคะแนนนี้ไม่ได้แสดงปริมาณการค้นหาจริง แต่เป็นค่าทางสถิติที่บอกระดับความสนใจในการค้นหา หากคะแนนเป็น 0 หมายความว่าคำค้นหานั้นไม่ได้รับความนิยม
สุดท้าย เพื่อดูว่าสินค้าหรือตลาดเฉพาะกลุ่มนั้นขายได้ตลอดปีหรือไม่ จึงตั้งช่วงเวลาของผลการค้นหาไว้ที่ห้าปี ซึ่งน่าจะเพียงพอให้เราเห็นระดับความสนใจของผู้คนในช่วงเวลาที่ยาวนานพอ
หากคุณกำลังคิดจะเริ่มธุรกิจดรอปชิปสินค้าความงามของตัวเอง ลองดูรายการสินค้าความงามที่มีศักยภาพขายดีของเรา
2. อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
นี่คือสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงบางส่วนที่คุณอาจพิจารณานำมาขาย:
- ชามสำหรับสัตว์เลี้ยง
- สายจูง
- ปลอกคอ
- โหลเลี้ยงปลา
- อาหารเสริมและอาหาร
นี่คือแนวโน้มของอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงในช่วงห้าปีที่ผ่านมา:

ขอแนะนำให้สร้างร้านที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม การมีร้านค้าออนไลน์ที่ตอบโจทย์เฉพาะเจ้าของสุนัขย่อมดีกว่าร้านสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วไป เพราะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์มองว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในตลาดนั้น โดยทั่วไป ร้านเฉพาะกลุ่มมักทำผลงานได้ดีกว่าร้านที่ขายสินค้าทั่วไป
3. ของใช้ในครัวและในบ้าน
เครื่องครัวและของแต่งบ้าน เช่น หมอนอิงและโปสเตอร์ ขายดีตลอดทั้งปี นี่คือตัวอย่างของใช้ในครัว:
- มีด
- ที่ปอกเปลือก
- ถาด
- ภาชนะสุญญากาศ
สำหรับของใช้และของแต่งบ้าน คุณสามารถขาย:
- ผ้าปูที่นอน
- ผ้านวม
- ปลอกหมอน
- พรมผืนและพรมปูพื้น
นี่คือแนวโน้มของสินค้าในครัวประเภทหนึ่ง:

คุณสามารถขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปีทั้งสองกลุ่มนี้ในร้านเดียวกันได้ คนส่วนใหญ่ที่อยากซื้อของใช้ในครัวก็มักอยากแต่งบ้านให้สวยด้วย
สำหรับของแต่งบ้าน ขอแนะนำให้ใช้ระบบพิมพ์ตามสั่งและออกแบบสินค้าเอง วิธีนี้ทำให้คุณไม่ต้องแข่งกับผู้ขายดรอปชิปรายอื่นที่ขายสินค้าเหมือนกัน
นอกจากนี้ การออกแบบสินค้าเองยังช่วยให้คุณจัดชุดสินค้าที่มีลายเดียวกันได้ เช่น ขายปลอกหมอน + ผ้าปูที่นอนที่มีลายเดียวกัน ทำให้เตียงดูเป็นชุดเดียวกันอย่างลงตัว
4. ของเล่นและเกม
คุณรู้หรือไม่ว่าในแต่ละวันมีทารกเกิดใหม่ 385,000 คน เด็กเหล่านี้จะเติบโตและต้องการของเล่นทั้งเพื่อความสนุกและการเรียนรู้ โดยมีพ่อแม่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก
ตัวอย่างของเล่นที่ขายได้ตลอดปีและนำมาดรอปชิปได้ ได้แก่:
- ตัวต่อ (คล้าย Lego แต่เป็นแบรนด์อื่นหรือรูปแบบอื่น)
- บล็อกไม้ที่มีตัวอักษรและตัวเลข
- ชุดรถไฟของเล่น
พ่อแม่ย่อมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก นึกภาพไม่ออกเลยว่าพ่อแม่จะไม่อยากซื้อของเล่นเหล่านี้ให้ลูก ส่วนเรื่องความสนใจ นี่คือข้อมูลจาก Google:

กราฟอาจดูขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ แต่การพุ่งสูงในช่วงวันหยุดปลายปีเป็นเรื่องปกติ เพราะในหลายประเทศนี่คือช่วงเวลาแห่งการให้ของขวัญ ความต้องการในตลาดจึงสูง
ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนสนใจ ของเล่นเป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดปี อย่างที่เห็น ระดับความสนใจไม่เคยต่ำกว่าคะแนน 50
5. เสื้อผ้าและเครื่องประดับ
ผู้คนซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ทุกช่วงของปี สิ่งหนึ่งที่คุณคาดได้คือ สินค้าบางชิ้นอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาล และบางชิ้นอาจเป็นเพียงสินค้าตามกระแส
นี่คือตัวอย่างสินค้าที่ขายได้ตลอดปี:
- รองเท้า
- เสื้อเชิ้ตและเสื้อเบลาส์
- เข็มขัดและกระเป๋าสตางค์
- กระเป๋าและกระเป๋าถือ
- นาฬิกาและเครื่องประดับ
นี่คือรายงานแนวโน้มของกระเป๋าถือ:

ตลาดแฟชั่นเปิดโอกาสให้คุณทำเงินจากกระแสและฤดูกาลได้ ในเดือนธันวาคม คุณอาจเพิ่มเสื้อผ้าฤดูหนาวเข้ามา หากมีกระแสใหม่ แม้จะไม่ใช่ช่วงวันหยุด ก็เพียงเพิ่มสินค้านั้นในร้านค้าออนไลน์และทำยอดขายจากกระแสนั้นจนกว่าจะจบ
6. อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียน
นี่คือตัวอย่างอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียน:
- โต๊ะทำงาน
- เก้าอี้
- ปากกา ดินสอ และยางลบ
- โต๊ะพลาสติกพับได้
- ผ้าใบวาดรูป สี และพู่กัน
มีสินค้าให้คุณเลือกมากมาย เช่นเดียวกับของใช้ในครัวและของแต่งบ้าน คุณสามารถขายอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียนในร้านเดียวกันได้
นี่คือตัวอย่างแนวโน้มของอุปกรณ์สำนักงานหนึ่งชิ้น:

ใครจะคิดว่าสินค้าที่ดูธรรมดาอย่างเครื่องเย็บกระดาษจะมีความต้องการสูงขนาดนี้ หากคุณเลือกตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ ก็ใช้ Google Trends ตรวจสอบไอเดียของคุณได้เสมอ
7. ของใช้เด็กอ่อน
กลุ่มสุดท้ายคือสินค้าสำหรับเด็กอ่อน ก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงอัตราการเกิดในปัจจุบันไปแล้ว เด็กเหล่านี้ล้วนต้องการ:
- เสื้อผ้า
- ผ้าอ้อม
- ชุดบอดี้สูทเด็ก
- ผ้ากันเปื้อนเด็ก
- กางเกง
- เสื้อแจ็กเก็ต
- ชุดนอน
- ขวดนม
- ยางกัด
นี่คือกราฟแนวโน้ม:

ตลาดสินค้าเด็กอ่อนมีขนาดใหญ่ และมีสินค้ามากมายที่คุณเพิ่มในร้านค้าออนไลน์ได้ ขอแนะนำว่าคุณอาจขายร่วมกับของใช้สำหรับเด็กวัยหัดเดินจนถึงอายุ 3 ปีด้วย
ข้อดีของการขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปีในร้านค้าออนไลน์
ถ้าต้นไม้ออกผลได้ตลอดปี คุณก็คงอยากให้ธุรกิจเป็นแบบเดียวกัน สินค้าที่ขายได้ตลอดปีช่วยให้เป็นเช่นนั้นได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อดีอื่นที่เราควรมาดูกัน
1. มีซัพพลายเออร์และสินค้าพร้อมเสมอ
เพราะสินค้าที่ขายได้ตลอดปีเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ผู้ผลิตจึงให้ความสำคัญกับการผลิตให้ทันความต้องการนี้ ในฐานะผู้ขายดรอปชิป คุณไม่ต้องรอสินค้า เพราะมีสินค้าให้สั่งอยู่เสมอ
คุณยังหาซัพพลายเออร์ได้มากมาย ตั้งแต่ Alibaba, AliExpress, Tradelle ไปจนถึงบริษัทดรอปชิปในพื้นที่ของคุณ มีซัพพลายเออร์ให้เลือกไม่ขาด เพียงต้องหาว่ารายใดให้บริการได้ดีที่สุด
2. ลูกค้าซื้อซ้ำ
ผู้คนจะกลับมาซื้อสินค้าที่ขายได้ตลอดปีซ้ำแล้วซ้ำอีก สินค้าเหล่านี้ใช้แล้วหมดหรือสึกหรอได้ และหากลูกค้าชอบสินค้าที่คุณขายให้ ก็จะกลับมาซื้อซ้ำอย่างแน่นอน
ในแง่ยอดขาย การสร้างรายได้จากลูกค้าเก่าย่อมง่ายกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่เสมอ สำหรับลูกค้าที่ซื้อซ้ำ คุณไม่จำเป็นต้องโฆษณา อย่างที่ทราบ ต้นทุนการหาลูกค้าใหม่อาจสูงได้
ผู้ขายดรอปชิปที่ลงโฆษณาบน Facebook หรือแพลตฟอร์มใดก็ตามรู้ดีว่าค่าใช้จ่ายทางการตลาดกินกำไร เมื่อลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ คุณก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มโฆษณาหนัก
นอกจากนี้ ลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำอาจแนะนำร้านของคุณให้เพื่อนด้วย หากเป็นเช่นนั้น คุณก็ได้ลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินเลย
3. ทำการตลาดง่าย
สินค้าสิ้นเปลืองและสินค้าที่ขายได้ตลอดปีทำการตลาดได้ง่ายกว่า การโน้มน้าวให้คนซื้อสินค้าของคุณก็ง่ายกว่า เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะพวกเขาทั้งจำเป็นต้องใช้และอยากได้อยู่แล้ว เหลือเพียงคุณช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจ
สินค้าที่ขายได้ตลอดปีทำการตลาดได้ง่ายกว่า เพราะ:
- มักมีราคาที่เข้าถึงได้ คุณจึงซื้อตัวอย่างมาทำสื่อโฆษณาได้
- ผู้คนจำเป็นต้องใช้อยู่แล้ว เพียงกำลังมองหาสินค้าที่ดีกว่าหรือราคาที่ดีกว่าซึ่งคุณเสนอให้ได้
- ลูกค้าคุ้นเคยกับสินค้าเหล่านี้ จึงไม่มีความเสี่ยงหรือความกังวลในการซื้อ
แม้สินค้าตามกระแสจะทำการตลาดได้ง่ายเช่นกัน แต่ลองนึกถึงสถานการณ์หลังจากกระแสจบลง คุณอาจใช้เงินหลายร้อยหรือแม้แต่หลายพันดอลลาร์สหรัฐในการทำการตลาด โดยไม่มีใครสนใจสินค้าเหล่านี้อีกต่อไป
4. รายได้สม่ำเสมอ
เพราะมีความต้องการสม่ำเสมอ คุณจึงมีรายได้สม่ำเสมอเช่นกันหากขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปี
แต่กำไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ข้อดีของธุรกิจดรอปชิปคือคุณไม่ต้องสต็อกสินค้า นั่นเป็นภาระของซัพพลายเออร์
หากราคาตลาดลดลง คุณก็ไม่ต้องกังวล เพียงหาซัพพลายเออร์รายใหม่ที่ปรับราคาได้ทันตลาด
ความท้าทายในการขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปีในร้านค้าออนไลน์
การขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปีไม่ใช่เรื่องง่าย ยังมีความท้าทายรออยู่ ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนนี้
1. การแข่งขันสูงมาก
ผู้ขายดรอปชิปจำนวนมากอยากทำธุรกิจแบบเสี่ยงน้อย มีเพียงไม่กี่รายที่ยอมรับความเสี่ยงสูง เช่น ขายสินค้าที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อ ด้วยเหตุนี้ หลายรายจึงเริ่มจากตลาดเฉพาะกลุ่มที่ขายได้ตลอดปี และผู้ขายเหล่านี้ก็คือคู่แข่งของคุณ
ผู้ขายดรอปชิปมือใหม่มักขายสินค้าเหล่านี้:
- เสื้อผ้าและเครื่องประดับ
- ของใช้ในครัว
- ของเล่นและอุปกรณ์การเรียนรู้
- เสื้อผ้าผู้หญิง
เพราะอะไร ก็เพราะกูรูด้านดรอปชิปแนะนำเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้รู้ว่าสินค้าที่ขายได้ตลอดปีมีโอกาสทำกำไรมากกว่าสินค้าตามกระแส ผู้ขายดรอปชิปจึงทำตามคำแนะนำนี้
กุญแจสำคัญในการเอาชนะความท้าทายนี้คือทำให้ตัวเองแตกต่าง คุณอาจสร้างแบรนด์ของตัวเองหรือหาสินค้าที่ดีกว่า และควรจำไว้ว่าการบริการ เช่น คุณภาพสินค้าที่ลูกค้าได้รับและความรวดเร็วในการจัดส่ง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของคุณ
2. พลาดโอกาสทำเงินจากกระแส
หากคุณขายสินค้าที่มีความต้องการตลอดปี คุณก็มักไม่ค่อยสนใจกระแส เท่ากับปล่อยให้โอกาสสร้างรายได้ก้อนโตผ่านไป
แม้จะเป็นความท้าทาย แต่ก็แก้ไขได้ง่าย เมื่อมีกระแสใหม่และตรงกับตลาดเฉพาะกลุ่มของคุณ ให้ขายสินค้าตามกระแสนั้น เมื่อกระแสจบลงก็นำออกจากร้านดรอปชิป
เช่น สมมติว่าคุณขายของเล่นซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการตลอดปี แล้วสปินเนอร์ก็เริ่มเป็นกระแส ให้เพิ่มสปินเนอร์ในร้านเพื่อเพิ่มยอดขายบน Shopify ของคุณ และขายจนกว่ากระแสจะจบ
นี่คือข้อดีของการทำธุรกิจดรอปชิป คุณไม่ต้องซื้อสปินเนอร์หลายพันชิ้นมาสต็อก เพียงลงสินค้าในร้านเท่านั้น
สิ่งหนึ่งที่คุณต้องไม่ทำคือขายสินค้าตามกระแสที่ไม่เกี่ยวกับร้าน Shopify ของคุณเลย ถ้าร้านคุณขายของใช้ในครัว การขายสปินเนอร์ก็คงไม่สมเหตุสมผลใช่ไหม
3. ทำกำไรได้ค่อนข้างน้อย
ความท้าทายสุดท้ายคือกำไรและอัตรากำไรที่ต่ำ เพราะคุณต้องแข่งกับผู้ขายดรอปชิปจำนวนมาก จนเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือด ทุกคนต่างลดราคาเพื่อดึงให้ผู้บริโภคมาซื้อจากตัวเอง
แล้วเมื่อคุณคำนวณกำไรจากการดรอปชิป ก็อาจรู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า
จะแก้ปัญหานี้อย่างไร นี่คือคำแนะนำ:
- เพิ่มความคุ้มค่าให้ข้อเสนอของคุณ จัดชุดสินค้าที่ช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเงิน
- ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าคุ้มกับเงินที่ลูกค้าจ่าย
- สร้างแบรนด์ให้สินค้า ทำดรอปชิปแบบนำสินค้าสำเร็จรูปมาติดแบรนด์ หรือจ้างผลิตเฉพาะแบรนด์ เพื่อให้ราคาที่ตั้งไว้สมเหตุสมผล
หากต้องการก้าวนำคู่แข่ง การมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ย่อมเป็นทางเลือกที่เหมาะสม Tradelle เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์เหล่านั้น เมื่อใช้ Tradelle คุณได้รับการรับประกันว่าสินค้ามีคุณภาพสูงและบริการจัดส่งรวดเร็ว
หาแหล่งสินค้าที่ขายได้ตลอดปีได้ที่ไหน
สินค้าที่ขายได้ตลอดปีมีอยู่ทุกที่ แต่ซัพพลายเออร์แต่ละรายไม่ได้ดีเท่ากัน แม้ผู้ขายดรอปชิปส่วนใหญ่จะพึ่งพา AliExpress แต่ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าผู้ขายทุกรายบนแพลตฟอร์มนั้นจะให้บริการคุณได้ดี
จากประสบการณ์ มักพบซัพพลายเออร์บน AliExpress ที่มีปัญหาเหล่านี้อยู่เสมอ:
- สินค้าดูดีในรูป แต่ของจริงคุณภาพแย่
- ใช้เวลาจัดเตรียมและแพ็กสินค้านานเกินสมควร
- ค่าจัดส่งสูงเกินเหตุ
- สินค้าที่จัดส่งไม่ตรงกับรายละเอียดหรือไม่ตรงกับที่สั่ง
ที่กล่าวมานี้ไม่ได้ต้องการดูหมิ่น AliExpress เพียงอยากบอกว่าถ้ามีวิธีหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ คุณก็คงอยากใช้วิธีนั้นใช่ไหม
มีวิธีนั้นอยู่จริง และคำตอบคือ Tradelle
Tradelle เป็นซัพพลายเออร์ด้วยตัวเอง เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณ:
- ค้นหาสินค้าที่ขายได้ตลอดปีและวิเคราะห์จุดแข็ง
- นำเข้าสินค้าไปยังร้าน Shopify ของคุณในคลิกเดียว
- สั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ

การทำงานอัตโนมัติหมายความว่าคุณไม่ต้องสั่งซื้อสินค้าด้วยตัวเองอีกต่อไป เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ Tradelle จะดำเนินการตามออเดอร์และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าของคุณ แม้ในขณะที่คุณนอนหลับ
Tradelle คือสิ่งที่คุณต้องใช้เพื่อค้นหาสินค้าคุณภาพสูงที่ขายได้ตลอดปี หากสินค้าที่อยากขายไม่มีในฐานข้อมูล คุณก็ขอให้ทีมงานจัดหาให้ได้เสมอ
และส่วนที่ดีที่สุดคือ Tradelle มีบัญชีที่ใช้ฟรีได้ตลอด คุณใช้เครื่องมือนี้ได้โดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ
คำถามที่พบบ่อย: สินค้าที่ดีที่สุดสำหรับดรอปชิปได้ตลอดปี
หมวดสินค้าที่ขายได้ตลอดปีคืออะไร
สินค้าที่ขายได้ตลอดปีคือสินค้าที่ผู้คนซื้ออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใด
ตลาดเฉพาะกลุ่มที่ขายได้ตลอดปีประเภทใดทำกำไรได้มากที่สุด
ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด สินค้าที่ขายได้ตลอดปีมีความต้องการสม่ำเสมอ จึงทำกำไรได้อยู่เสมอ
ตลาดเฉพาะกลุ่มที่ขายได้ตลอดปีมีการแข่งขันสูงไหม
สูง ตลาดเฉพาะกลุ่มและสินค้าที่ขายได้ตลอดปีมีการแข่งขันสูงมาก ผู้ขายดรอปชิปรายอื่นรู้ว่านี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่ยั่งยืนทางการเงิน
สินค้าที่ขายได้ตลอดปีมีราคาที่เข้าถึงได้ไหม
แล้วแต่สินค้า ลองนึกว่าลิปสติกบางแท่งมีราคาย่อมเยา ขณะที่บางแท่งมีราคาแพง สินค้าที่ขายได้ตลอดปีก็เช่นเดียวกัน
จะหาสินค้าดรอปชิปที่ขายได้ตลอดปีได้อย่างไร
การวิจัยตลาดและติดตามกระแสอาจเป็นวิธีหนึ่งที่เชื่อถือได้ในการค้นหาตลาดเฉพาะกลุ่มที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ลองอ่านบทความของเราเรื่องวิธีใช้ Google Trends สำหรับร้านดรอปชิปของคุณ
ข้อคิดส่งท้าย
ก่อนจบ ขอแนะนำให้คุณสมัครบัญชี Tradelle ฟรี ลองใช้และสำรวจเครื่องมือเพื่อดูว่าจะค้นหาสินค้าที่ขายได้ตลอดปีและทำกำไรได้อย่างไร หากคุณมีร้าน Shopify อยู่แล้ว ลองใช้เครื่องมือนำเข้าสินค้าและทดสอบระบบจัดการและจัดส่งออเดอร์อัตโนมัติด้วย





