วิธีหาไอเดียสินค้าดรอปชิปที่ใช่

ยังเลือกไม่ได้ว่าจะขายอะไรแบบดรอปชิปดี คุณไม่ได้เจอปัญหานี้คนเดียว เพราะมีสินค้าให้เลือกหลายพันรายการ จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกว่าการเลือกสินค้ามาลงร้านเป็นเรื่องยาก
การเริ่มจากลิสต์สินค้าที่อยากขายเป็นวิธีที่ดีเสมอ ไอเดียเหล่านี้อาจมาจากสิ่งที่คุณชื่นชอบหรือสนใจ บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ทั้งวิธีหาไอเดียสินค้าดรอปชิปและวิธีตรวจสอบว่าไอเดียเหล่านั้นขายได้จริงหรือไม่
ด้านล่างนี้คือรายละเอียดวิธีหาไอเดียสินค้า ที่สำคัญกว่านั้น บทความนี้ยังมีส่วนที่อธิบายวิธีศึกษาความเป็นไปได้ในการขายสินค้าที่คุณเลือก
หาไอเดียสินค้าดรอปชิปได้จากที่ไหน
1. ใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำ
โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งค้นพบสินค้าใหม่และสินค้าที่กำลังเป็นกระแส สิ่งที่คุณควรมองหาไม่ใช่แค่ความแปลกใหม่ แต่รวมถึงปฏิกิริยาของผู้คนด้วย การใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์อย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณต้องเข้าไปดูโพสต์สินค้าด้วยตัวเอง
โซเชียลมีเดียที่เหมาะที่สุด ได้แก่
- Instagram เหมาะที่สุดสำหรับสินค้าสุขภาพและความงามที่กำลังเป็นกระแส
- Facebook เหมาะที่สุดสำหรับสินค้าทุกประเภทและลูกค้าทุกกลุ่ม
- TikTok เหมาะที่สุดสำหรับค้นหาสินค้าที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่
เมื่อเจอสินค้าที่อยากขายหรือสินค้าที่อยู่ในตลาดเฉพาะกลุ่มของคุณ ให้เข้าไปดูเพจของผู้โพสต์ ลองหาไอเดียจากผู้ขายรายนี้ เช่น วิดีโอที่เผยแพร่ ถ้อยคำที่ใช้ และชุมชนที่สร้างขึ้น
2. ดูรายการสินค้าขายดีของ Amazon
แหล่งหาไอเดียสินค้าดรอปชิปถัดมาคือ Amazon แต่ไม่ควรสุ่มเลือกสินค้ามาขาย ให้ตรวจสอบก่อนว่าสินค้านั้นขายดีหรือไม่ ซึ่งจุดที่เหมาะที่สุดในการตรวจสอบคือรายการสินค้าขายดีของ Amazon
ค้นหาคำว่า “สินค้าขายดี Amazon” บน Google ตามตัวอย่างนี้

เมื่อเข้าหน้าสินค้าขายดีแล้ว ให้ดูด้านซ้ายและคลิกหมวดสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ต้องการ

สำหรับหมวดความงามและการดูแลตัวเอง คุณจะเห็นหน้าตาประมาณนี้

สินค้าขายดีในหมวดนี้มีหมายเลขอันดับกำกับอยู่แล้ว คุณยังดูจำนวนรีวิวของสินค้าเหล่านี้ได้ด้วย ตัวอย่างที่ดีคืออันดับ 6 ซึ่งเป็นมาสคาร่าที่มีรีวิวประมาณ 400,000 รายการและคะแนนประมาณ 4.25
ข้อมูลนี้บอกว่ามีความต้องการสินค้านี้สูงมาก เมื่อมีความต้องการมาก สินค้านี้จึงน่านำมาขายแบบดรอปชิปด้วย
3. เข้า Etsy เพื่อดูตลาดเฉพาะกลุ่มที่คุณสนใจ
Etsy เป็นแหล่งหาไอเดียสินค้าดรอปชิปดี ๆ และเหมาะที่สุดสำหรับสินค้าพิมพ์ตามสั่ง คุณสามารถค้นหาลวดลายที่โดนใจผู้คนได้ที่นี่

สิ่งแรกที่ควรทำบน Etsy คือดูจำนวนรีวิวข้างสัญลักษณ์ดาว ราคาสินค้าก็ช่วยให้คุณเห็นแนวทางของคู่แข่งได้เช่นกัน
เสื้อที่มีข้อความว่า “อย่ามายุ่ง” มีรีวิวทั้งหมด 3,200 รายการและคะแนน 4.8 ดาว เมื่อคลิกเข้าไป คุณจะเห็นรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น
- สี
- ขนาด
- รูปภาพและการสร้างแบรนด์

เสื้อตัวนี้สื่อประเด็นทางการเมือง ใต้ข้อความขนาดใหญ่มีข้อความขนาดเล็กอยู่ด้วย สารที่ต้องการสื่อคือผู้คน ซึ่งน่าจะหมายถึงนักการเมือง ไม่ควรเข้ามายุ่งกับสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชน

Etsy เองก็ติดป้ายว่าสินค้านี้เป็นที่ต้องการ มุมขวาบนของหน้าสินค้ามีข้อความสีแดงระบุว่ามีผู้ซื้อสินค้านี้มากกว่า 90 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปัญหาคือสินค้านี้ราคาถูกมาก ความท้าทายถัดมาจึงเป็นการหาซัพพลายเออร์สินค้าพิมพ์ตามสั่งที่ทำราคาได้ใกล้เคียงกัน
4. ใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Tradelle
วิธีหาไอเดียสินค้าดรอปชิปที่ดีที่สุดคือใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Tradelle ระบบนี้จะแสดงข้อมูลที่คุณไม่มีทางเห็นในฐานะผู้บริโภคทั่วไป
หลังจากเข้าสู่ระบบ ให้คลิกแท็บเทรนด์ปัจจุบันทางด้านซ้าย

จากนั้นคลิกสินค้ารายการใดก็ได้ (แสดงรายละเอียด)


เมื่อเลื่อนลง คุณจะเห็นรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม เช่น
- ความต้องการ
- แนวโน้มตามฤดูกาล
- ความอิ่มตัวของตลาดหรือระดับการแข่งขัน
- ภูมิภาคที่มีความต้องการสินค้านี้สูง
- ต้นทุนสินค้า ส่วนต่างกำไร และความสามารถในการทำกำไร
สินค้าทั้งหมดที่เห็นที่นี่เป็นสินค้าที่กำลังเป็นที่ต้องการในขณะนี้ โดยระบบรวบรวมข้อมูลผลการขายไว้ บางปุ่มจะพาคุณไปยัง Amazon, Facebook และ AliExpress หน้าเหล่านี้ช่วยให้คุณรู้ว่าจะหาซัพพลายเออร์ได้จากที่ไหน และคู่แข่งกำลังทำอะไรอยู่
วิธีตรวจสอบว่าไอเดียสินค้าดรอปชิปจะขายได้จริงหรือไม่
เมื่อรู้วิธีหาไอเดียสินค้าดรอปชิปแล้ว คุณต้องตรวจสอบด้วยว่าไอเดียนั้นใช้ได้จริงหรือไม่ การเสี่ยงเป็นเรื่องปกติของทุกธุรกิจ แต่การศึกษาความเป็นไปได้ก่อนลงมือย่อมดีกว่าเสมอ
Tradelle คือเครื่องมือที่คุณต้องใช้ในการตรวจสอบนี้ เครื่องมือวิจัยสินค้าบนแพลตฟอร์มจะแสดงสถิติที่เกี่ยวข้องกับไอเดียของคุณ
สมมติว่าคุณอยากขาย Reflexology Acupressure Foot Massage Mat แบบดรอปชิป คุณสามารถวางคีย์เวิร์ดนี้ใน Tradelle แล้วระบบจะแสดงสินค้าที่คล้ายกัน

คลิกรูปสินค้า แล้วคุณจะเห็นสถิติสินค้า ข้อมูลยอดขาย และรายละเอียดด้านการตลาด
ส่วนบนมีหน้าตาแบบนี้

ส่วนนี้แสดงภาพรวมต้นทุนสินค้า ราคาขายที่เหมาะสม และส่วนต่างกำไร ปุ่มใต้ตัวเลขเหล่านี้จะพาคุณไปยังหน้าสินค้าบนเว็บไซต์อื่น ใช้ปุ่มเหล่านี้เพื่อหาซัพพลายเออร์หรือดูว่าสินค้าขายเป็นอย่างไรในตลาดอื่น
เลื่อนลงแล้วคุณจะเห็นส่วนนี้

ส่วนนี้แสดงความต้องการสินค้าและความอิ่มตัวของตลาด สินค้านี้มีความต้องการสูงสุดในปี 2020 แม้ความต้องการจะลดลงในปี 2021 แต่ก็ฟื้นตัวแล้ว และปัจจุบันมีช่วงขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ
มาตรวัดทางขวาสำคัญ เพราะบอกว่ามีร้านค้ากี่แห่งที่ขายสินค้าชนิดเดียวกัน ร้านเหล่านี้เป็นร้านดรอปชิปที่ขายสินค้าตัวเดียวกัน คุณควรเลือกสินค้าที่เข็มมาตรวัดอยู่ในโซนสีเขียวหรือสีเหลือง ไม่ใช่สีแดง
กราฟทางขวาเป็นแผนที่แสดงความสนใจ ให้สังเกตภูมิภาคสีน้ำเงินเข้ม ในตัวอย่างนี้ อินเดียมีความสนใจสูงที่สุด
เลื่อนลงต่อแล้วคุณจะเห็นส่วนเครื่องคำนวณ

ลองปรับตัวเลขเพื่อคาดการณ์ผลประกอบการ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคืองบโฆษณา ใช้เครื่องคำนวณนี้ดูว่าคุณจะได้กำไรเท่าไรหลังหักค่าโฆษณา
เลื่อนลงต่อแล้วคุณจะเห็นส่วนนี้

ส่วนนี้แสดงกลุ่มเป้าหมาย ความสนใจ และการแข่งขัน สินค้านี้มีกลุ่มเป้าหมายรวม 60 ล้านคน โดยกลุ่มเป้าหมายมีอายุ 21 ถึง 55 ปี
หากวางแผนจะจ่ายเงินลงโฆษณา คุณต้องกำหนดเป้าหมายเป็นกลุ่มความสนใจที่แสดงไว้ด้านบน หากไม่ลงโฆษณา คุณสามารถโพสต์รูปสินค้าในกลุ่ม Facebook ที่มีความสนใจตรงกันแทนได้
คุณจะเห็น URL ของคู่แข่งด้วย ให้เข้าไปดูแต่ละเว็บไซต์ว่าพวกเขาทำอะไรได้ดี ดูว่าขายสินค้านี้ราคาเท่าไร แล้วตั้งราคาของคุณให้แข่งขันได้
รายได้ที่แสดงทางขวาจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าไอเดียดรอปชิปของคุณมีความเป็นไปได้หรือไม่ จากข้อมูลจริง ผู้ขายบน AliExpress ขายสินค้านี้ไปแล้ว 15,000 ชิ้น
รายได้รวมต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ $30,000 โดยขายได้เดือนละ 1,000 ชิ้น และมี ROI อยู่ที่ 114% ข้อมูลนี้บอกว่าสินค้านี้น่าเพิ่มเข้าร้าน หากอยู่ในตลาดเฉพาะกลุ่มของคุณ
9 สินค้าที่ดีที่สุดสำหรับขายแบบดรอปชิป
หากต้องการไอเดียว่าจะขายอะไรแบบดรอปชิป คุณเริ่มใช้ Tradelle ฟรีได้เลย ด้านล่างคือตัวอย่างสินค้าที่กำลังเป็นกระแสตามผลวิเคราะห์ของเครื่องมือ
1. Baby Diaper Backpack

สินค้านี้ขายง่ายเพราะพ่อแม่ต้องการความสะดวกสบายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ต้นทุนจากซัพพลายเออร์เพียง $10.99 แต่คุณขายได้สูงถึง $44
สถิติสินค้า
- มีคู่แข่งเพียง 18 ราย
- มีความต้องการสูงในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
- มีออเดอร์บน AliExpress แล้วประมาณ 5,000 รายการ
สินค้านี้กำลังได้รับความนิยมสูงสุดเพราะเป็นสินค้าใหม่ แม้จะมีสินค้าที่คล้ายกันออกมาตั้งแต่สี่ปีก่อน แต่เพิ่งจะกลายเป็นสินค้าติดกระแสสำหรับพ่อแม่ในตอนนี้
2. Travel Vacuum Backpack

คุณจะชอบสินค้านี้เพราะมีส่วนต่างกำไรสูง โดยทำกำไรได้อย่างน้อย $30 ต่อชิ้น จุดขายคือระบบสุญญากาศที่ช่วยบีบอัดเสื้อผ้า ทำให้ใส่เสื้อผ้าได้มากขึ้น
สถิติสินค้า
- มีกลุ่มเป้าหมายให้ทำการตลาดถึง 3.5 พันล้านคน
- มีความต้องการสูงในกลุ่มอายุ 21 ถึง 45 ปี
- มีคู่แข่งไม่มาก
มีผู้ขายดรอปชิปเพียงเจ็ดรายที่ขายสินค้านี้ แม้ว่าความสนใจจะกำลังพุ่งสูงสุดในช่วงนี้ของปีก็ตาม คุณสามารถเริ่มขายได้ก่อนที่ผู้ขายดรอปชิปรายอื่นจะรู้จักสินค้านี้ ตอนนี้ผู้ขายบางรายบน Amazon ตั้งราคาไว้ที่ $108 คุณจึงสามารถตั้งราคาต่ำกว่าเพื่อแข่งขันและยังได้กำไรมาก
3. Retractable Gap Dust Cleaner

สินค้านี้เป็นไม้ปัดฝุ่นสำหรับทำความสะอาด คล้ายกับแบบที่คุณเห็นในทีวี แม้จะไม่ได้มีส่วนต่างกำไรสูงเหมือนสินค้าก่อนหน้า แต่ขายง่าย
สถิติสินค้า
- ได้รับความสนใจสูงในหลายภูมิภาค
- เป็นที่ต้องการอยู่เสมอ
- การแข่งขันต่ำ
สินค้านี้กำลังเป็นกระแสในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแคนาดา อีกทั้งยังมีความต้องการเล็กน้อยในสหราชอาณาจักรและแอฟริกาใต้
ก่อนขายสินค้านี้ ให้คิดหาวิธีสาธิตการใช้งานที่ดีที่สุดแล้วถ่ายวิดีโอ ไม่ควรทุ่มเงินลงโฆษณามากกับสินค้าลักษณะนี้เพราะส่วนต่างกำไรต่ำ หัวใจสำคัญคือใช้วิดีโอหนึ่งคลิปแล้วทำให้เป็นไวรัล
4. Herbal Repair Nasal Box

สินค้านี้ดูเหมือนเครื่องตัดขนจมูก แต่จริง ๆ แล้วเป็นยาดมที่มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้รู้สึกสดชื่น
สถิติสินค้า
- มีส่วนต่างกำไรมากกว่า $10
- มีคู่แข่งไม่มาก
- มีความต้องการสูงในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของสินค้านี้คือความต้องการที่ผันผวน แม้จะมีผู้ที่อาจเป็นลูกค้าถึง 662 ล้านคน แต่ความต้องการมักสูงสุดในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ขณะนี้มีผู้ขายดรอปชิปเพียงสองรายที่ขายสินค้านี้
5. Car Seat Gap Fillers

อุปกรณ์อุดช่องว่างเบาะรถยนต์ใช้ปิดช่องบริเวณตัวล็อกเข็มขัดนิรภัย ช่วยป้องกันสิ่งของอย่างเหรียญและเศษอาหารตกลงพื้น
สถิติสินค้า
- มีส่วนต่างกำไร $6 ต่อชิ้น
- มีคู่แข่งเพียง 12 ราย
- ได้รับความสนใจสูงในหลายภูมิภาค
สินค้านี้ขายได้มากในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะประเทศเหล่านี้มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งและผู้คนมีกำลังจ่ายสูงกว่า
จากการคาดการณ์ของ Tradelle มีผู้สนใจสินค้านี้มากกว่าหนึ่งพันล้านคน ไม่ได้หมายความว่ามีผู้มีรถยนต์หนึ่งพันล้านคน แต่เป็นเพียงจำนวนรวมของกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่รอสินค้าลักษณะนี้ เช่น ผู้ที่สนใจรถเก๋ง รถยนต์ การแต่งรถ และอื่น ๆ
6. Car Seat Gap Organizer & Filler

สินค้านี้ใช้เติมช่องว่างระหว่างเบาะคนขับกับเบาะผู้โดยสาร รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่มีอุปกรณ์จัดเก็บของแบบนี้ ผู้ใช้จึงต้องซื้อเพิ่ม
สถิติสินค้า
- มีผู้ขายสินค้านี้เพียงห้าราย
- ขายบน AliExpress แล้วมากกว่า 13,500 ชิ้น
- มีกลุ่มเป้าหมายมากกว่าหนึ่งพันล้านคน
สินค้านี้มีต้นทุนเพียง $19 แต่คุณขายได้สูงถึง $30 กระแสความนิยมมีขึ้นลง และเห็นได้ชัดว่าขายดีที่สุดในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม
จากข้อมูลที่ Tradelle รวบรวม สินค้านี้ได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย
7. Gym Weight Drop Set Pin

คุณอาจคิดว่าสินค้านี้เฉพาะกลุ่มมาก แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้หลายคนมีห้องออกกำลังกายที่บ้าน และต้องการอุปกรณ์แบบนี้เพื่อยึดอุปกรณ์ออกกำลังกายให้อยู่กับที่
สถิติสินค้า
- มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นไปได้ 1.8 พันล้านคน
- กระแสความนิยมสูงสุดในเดือนเมษายน
- มีคู่แข่งเพียงหกราย
สินค้านี้มีความต้องการสูงในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา เมื่อดูบน AliExpress จะพบว่าขายไปเพียง 250 ชิ้น แต่นั่นเป็นเพราะผู้ขายดรอปชิปไม่ได้ขายสินค้านี้ สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือสินค้านี้ใช้ร่วมกับชุดอุปกรณ์ออกกำลังกายได้หลายแบบ
8. Car Dent Puller

การซ่อมรอยบุบบนรถยนต์มีค่าใช้จ่ายสูง แต่มีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ซ่อมเองได้ นั่นคืออุปกรณ์ดึงรอยบุบรถยนต์ ไม่ต้องทำสีตัวถังใหม่ และใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ซ่อมส่วนที่เสียหายได้
สถิติสินค้า
- ขายแล้วมากกว่า 20,000 ชิ้น
- ได้รับความสนใจมากในภูมิภาคที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง
- มีผู้ขายดรอปชิป 15 รายที่ขายสินค้าชนิดเดียวกัน
สินค้านี้มีส่วนต่างกำไรเพียงประมาณ $5 แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็ขายได้หลายพันชิ้นหากเข้าถึงตลาดที่ใช่ แม้แต่คนที่รถไม่มีรอยบุบก็ยังซื้อ เพราะมองว่าเป็นเครื่องมือที่สะดวกและมีประโยชน์เมื่อจำเป็นต้องใช้
9. Pet Drying Brush

สัตว์เลี้ยงอาจทำให้พื้นเลอะหลังอาบน้ำ การเช็ดด้วยผ้าขนหนูอย่างเดียวไม่เพียงพอ แปรงเป่าขนสัตว์เลี้ยงจึงเป็นตัวช่วยที่สะดวก
สถิติสินค้า
- ทำกำไรได้อย่างน้อย $10 ต่อชิ้น
- ขายแล้วอย่างน้อย 500 ชิ้น
- มีผู้ขายแบบดรอปชิปเพียงห้าราย
เช่นเดียวกับสินค้าอื่นที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ แปรงเป่าขนสัตว์เลี้ยงมีความต้องการในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย
4 แหล่งหาซัพพลายเออร์ดรอปชิป
1. Tradelle

Tradelle เป็นทั้งฐานข้อมูลซัพพลายเออร์และบริษัทซัพพลายเออร์ เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณ
- ค้นหาข้อมูลยอดขายสินค้า
- ดูความต้องการสินค้าแต่ละรายการ
- ดูว่าประเทศใดมีความสนใจมากที่สุด
ฟีเจอร์หลักของ Tradelle
- ระบบอัตโนมัติ คุณสามารถตั้งค่าให้ร้านค้าทำงานได้เอง เมื่อผู้ซื้อสั่งซื้อเสร็จ ระบบจะสั่งสินค้าต่อให้โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไร
- การนำเข้าสินค้า คุณสามารถนำเข้าสินค้าจากฐานข้อมูลของ Tradelle ได้ในคลิกเดียว รูปภาพและคำอธิบายสินค้าทั้งหมดจะถูกโอนไปยังร้านของคุณ ไม่ต้องคัดลอกและวางด้วยตัวเอง
- การจัดหาสินค้า หากสินค้าที่ต้องการไม่มีในฐานข้อมูลของ Tradelle คุณสามารถติดต่อทีมงานให้ช่วยหาซัพพลายเออร์ได้ หากหาได้ คุณก็นำเข้าสินค้านั้นไปยังร้านได้อย่างสะดวก
เครื่องมือค้นหาซัพพลายเออร์ดรอปชิปส่วนใหญ่จะแสดงเพียงว่าจะหาซัพพลายเออร์ได้จากที่ไหน คุณต้องติดต่อซัพพลายเออร์เองหรือนำเข้าสินค้าผ่านเครื่องมือ
สิ่งที่ทำให้ Tradelle แตกต่างคือ Tradelle เป็นซัพพลายเออร์เอง Tradelle ไม่ใช่ผู้ผลิต แต่จัดหาสินค้าจากทั่วโลก นำมาเก็บในคลังสินค้า และจัดส่งสินค้าเอง
ประโยชน์ที่ดีที่สุดคือ Tradelle จะกลายเป็นพันธมิตรของคุณ เพราะเป็นผู้แพ็กและจัดส่งสินค้า จึงมีความรับผิดชอบร่วมกับคุณ ด้วยเหตุนี้ คุณจึงมั่นใจได้ว่าทีมงานจะดูแลธุรกิจดรอปชิปของคุณเสมือนเป็นธุรกิจของตัวเอง
2. AppScenic

AppScenic เป็น AI สำหรับอีคอมเมิร์ซที่สร้างมาเพื่อธุรกิจดรอปชิป ช่วงแรกให้บริการคล้าย Spocket และฐานข้อมูลซัพพลายเออร์ดรอปชิปอื่น ๆ ก่อนจะหันมาเน้นระบบอัตโนมัติและกระบวนการที่ใช้ AI
ฟีเจอร์หลักของ AppScenic
- ฐานข้อมูลซัพพลายเออร์ AppScenic มีตลาดเฉพาะกลุ่มหลายสิบกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีสินค้าให้เลือกมากมาย จุดเด่นคือคุณสามารถหาซัพพลายเออร์ที่อยู่ในประเทศที่ต้องการได้ เช่น เลือกทำงานกับซัพพลายเออร์ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งเหมาะหากตลาดเป้าหมายของคุณคือสหรัฐอเมริกา
- ระบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับ Tradelle คุณสามารถให้ร้านดรอปชิปทำงานอัตโนมัติได้ 24/7 โดยต้องผูกบัตรเครดิตกับระบบ AppScenic เพื่อใช้งาน ระบบจะใช้บัตรเครดิตนี้ชำระเงินให้ซัพพลายเออร์ จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการจัดการและจัดส่งออเดอร์
- การเชื่อมต่อ คุณสามารถเชื่อมต่อ AppScenic กับแพลตฟอร์มร้านค้าได้หลายแห่ง เช่น Shopify, WooCommerce, Wix, Ecwid, eBay และอื่น ๆ
AppScenic ไม่ได้จัดการการขายอัตโนมัติเท่านั้น โปรแกรมยังอัปเดตรายละเอียดสินค้าเองได้ด้วย เช่น ราคาสินค้า จำนวนสต็อก และข้อมูลอื่น ๆ
สิ่งหนึ่งที่คุณจะสังเกตได้เกี่ยวกับ AppScenic คือต้นทุนสินค้า หลายรายการมีราคาสูง โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา สินค้าเหล่านี้น่าจะผลิตในสหรัฐอเมริกา จึงมีราคาสูง
เครื่องมือ AI เป็นอีกสิ่งที่น่าลอง เพราะช่วยให้คุณเขียนชื่อและคำอธิบายสินค้าได้ดีขึ้น AI ยังแนะนำวิธีปรับปรุง SEO เพื่อให้ค้นหาสินค้าของคุณเจอบน Google ได้ด้วย
3. Spocket

Spocket เป็นเครื่องมือนำเข้าสินค้าที่เชื่อมต่อกับหลายแพลตฟอร์ม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยังได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านดรอปชิปหลายรายที่ช่วยให้ร้านดรอปชิปของคุณประสบความสำเร็จได้
ฟีเจอร์หลักของ Spocket
- ตลาดเฉพาะกลุ่ม มีตลาดเฉพาะกลุ่มหลักให้สำรวจมากกว่า 15 กลุ่ม ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่คุณเลือกสินค้ามาขายได้ เมื่อคลิกสินค้า คุณจะเห็นรายละเอียด เช่น ราคาจากซัพพลายเออร์ ค่าจัดส่ง และส่วนต่างกำไรที่อาจได้รับ
- เครื่องมือ แทนที่จะสร้างเครื่องมืออื่นเอง Spocket เลือกร่วมมือกับบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เช่น QrPro, ReviewsPro, Video Factory และอีกมากมาย เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ร้านของคุณดูดีและทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือการตลาดที่ใช้เพิ่มการมองเห็นและยอดขายได้
- การเชื่อมต่อ ต่างจากฐานข้อมูลซัพพลายเออร์อื่น ๆ Spocket เชื่อมต่อกับช่องทางขายได้หลายแห่ง เช่น Shopify, eBay, Wix, WooCommerce และ BigCommerce
เช่นเดียวกับ AppScenic คุณสามารถเลือกดูสินค้าดรอปชิปตามที่ตั้งของผู้ขายได้ โดยใช้ฟังก์ชันตัวกรอง
ฟังก์ชันนี้ช่วยได้มากหากต้องการทำตลาดเฉพาะพื้นที่ หากสินค้าของซัพพลายเออร์อยู่ในประเทศเดียวกับปลายทางจัดส่ง ค่าจัดส่งก็มีแนวโน้มถูกลงและจัดส่งได้เร็วขึ้น
Spocket ยังมีรายการสินค้าขายดีที่คัดเลือกจากผลการขาย คุณใช้รายการนี้หาไอเดียสินค้ามาขายแบบดรอปชิปได้
4. Printify

Printify เป็นแพลตฟอร์มพิมพ์ตามสั่งที่มีสินค้ายังไม่มีลวดลายให้เลือก คุณอัปโหลดลวดลายแล้วนำเข้าสินค้าไปยังร้านของคุณได้
ฟีเจอร์หลักของ Printify
- แคตตาล็อก Printify มีสินค้าหลายพันรายการจากผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์หลายราย ราคาและคุณภาพก็แตกต่างกัน คุณต้องลองสินค้าอย่างน้อยหนึ่งรายการจากซัพพลายเออร์แต่ละรายที่สนใจก่อนตัดสินใจว่าจะร่วมงานกับใคร
- เครื่องมือออกแบบ คุณไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมอย่าง Photoshop หรือเครื่องมือ AI ใด ๆ เพื่ออัปโหลดลวดลายอีกต่อไป Printify มีเครื่องมือที่แสดงภาพวาดของสินค้า ให้คุณอัปโหลดลวดลายแล้วจัดวางบนสินค้า จากนั้นจะได้ภาพจำลองที่นำไปอัปโหลดในร้านได้
- การเชื่อมต่อ คุณสามารถเชื่อมต่อ Printify กับ Shopify, Etsy, WooCommerce และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้
สินค้าพิมพ์ตามสั่งเป็นไอเดียธุรกิจดรอปชิปที่ดี มีสินค้าหลากหลายให้ขาย และไม่มีใครขายสินค้าแบบเดียวกันนอกจากคุณ นั่นหมายความว่าคุณเป็นเจ้าของลวดลาย และลูกค้าจะหาลวดลายเหล่านี้ได้จากร้านของคุณเท่านั้น
แน่นอนว่าวิธีนี้เหมาะหากคุณเป็นนักออกแบบกราฟิก หากวาดภาพหรือทำป้ายไม่เป็น คุณก็ซื้องานจากผู้ให้บริการได้เสมอ แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่มีทางเลือกที่ถูกกว่าคือใช้ AI สร้างลวดลาย โปรแกรมสร้างภาพด้วย AI หลายตัวใช้งานฟรี เช่น Midjourney
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีหาไอเดียสินค้าดรอปชิปที่ใช่
จะหาไอเดียสินค้าดรอปชิปได้อย่างไร
ทุกไอเดียเริ่มจากตัวคุณ คุณเป็นผู้ประกอบการ จึงต้องคิดว่าอยากขายสินค้าอะไร เริ่มจากสินค้าที่คุณชื่นชอบ
ควรเลือกไอเดียสินค้าดรอปชิปอย่างไร
เริ่มจากจดไอเดียทั้งหมดที่มี แล้วไปดูรายการสินค้าขายดีของ Amazon
มีไอเดียสินค้าดรอปชิปดี ๆ อะไรบ้าง
คุณหาสินค้าที่น่าขายที่สุดได้จากระบบหรือเครื่องมืออย่าง Tradelle เครื่องมือนี้ให้ตัวเลขยอดขายจริง คุณจึงรู้ได้ว่าสินค้าขายได้ดีหรือไม่
จะหาตลาดเฉพาะกลุ่มที่ทำกำไรสำหรับดรอปชิปได้อย่างไร
คุณจะรู้ว่าสินค้าทำกำไรได้หรือไม่ก็ต่อเมื่อเข้าถึงข้อมูลยอดขาย ใช้ Tradelle เพื่อดูต้นทุนสินค้า ราคาขาย และส่วนต่างกำไร
สรุป
อย่าขายสินค้าใดแบบดรอปชิปก่อนศึกษาความเป็นไปได้ในการขาย สมัครบัญชี Tradelle ฟรีเลย ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนสั่งสินค้าตัวอย่างด้วยซ้ำ วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่เสียเงินไปกับการสั่งและขายสินค้าที่มีตลาดรองรับน้อยหรือไม่มีเลย





