Tradelle
เข้าสู่ระบบเริ่มใช้งานฟรี
เข้าสู่ระบบ

เครื่องมือสร้างชื่อสินค้า: วิธีตั้งชื่อสินค้าให้ดีที่สุด

อ่าน 15 นาทีเผยแพร่:
เครื่องมือสร้างชื่อสินค้า: วิธีตั้งชื่อสินค้าให้ดีที่สุด
ลองใช้ Tradelle
ค้นหาสินค้าขายดีมาขาย วิเคราะห์คู่แข่ง และทำให้ร้านค้าของคุณทำงานอัตโนมัติ
เริ่มใช้งานฟรี

จะตั้งชื่อสินค้าอย่างไรให้คนคลิกและซื้อ วันนี้คุณจะได้เรียนรู้แนวทางที่ดีที่สุดหกข้อในการตั้งชื่อสินค้าให้ได้ผล

ชื่อสินค้าทำงานควบคู่กับภาพตัวอย่าง ผู้บริโภคทุกคนตัดสินใจคลิกจากปัจจัยเพียงสองอย่าง คือชื่อและภาพสินค้า หากคุณทำทั้งสองอย่างได้ดี อัตราการซื้อก็จะเพิ่มขึ้น

ก่อนอื่น คุณควรเข้าใจจิตวิทยาเบื้องหลังชื่อสินค้า เราจึงจะเริ่มจากมุมมองนี้

จิตวิทยาเบื้องหลังชื่อสินค้า

The Psychology Of Product TitlesThe Psychology Of Product Titles

ชื่อสินค้าคือสิ่งแรกที่คนเห็นถัดจากภาพตัวอย่าง และยังเป็นคำที่คนใช้ค้นหาเมื่อต้องการหาสินค้า

ชื่อสินค้าจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในกลยุทธ์การตลาดของคุณ ชื่อต้องเข้าถึงอารมณ์และจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ แม้สินค้าของคุณจะดี แต่ผู้บริโภคก็อาจไม่ซื้อเพราะชื่อสินค้ายังไม่น่าสนใจพอ

ชื่อสินค้าต้องใช้สิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “ภาษาที่โดนใจ”

นั่นคือถ้อยคำที่ทำหน้าที่ดังต่อไปนี้:

  • ทำให้คนจินตนาการออกว่าสินค้าคืออะไร
  • บอกผู้ที่เห็นว่าสินค้าใช้ทำอะไร
  • ทำให้ผู้บริโภคจินตนาการถึงการใช้งานสินค้า
  • กระตุ้นอารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความรู้สึกเชิงบวกที่จูงใจให้ผู้บริโภคซื้อ

ลองเปรียบเทียบชื่อสินค้าสองชื่อนี้:

  • โดรนของเล่นรุ่น 1150-A20
  • โดรน 8K บินได้นาน 20 นาที พร้อมระบบลอยตัวนิ่ง

เห็นความแตกต่างไหม ชื่อแรกไม่ได้บอกอะไรกับผู้บริโภคเลย แต่ชื่อที่สองตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ

ชื่อนี้บอกผู้ที่เห็นสินค้าว่า:

  • โดรนมีกล้องความละเอียด 8K ถ่ายภาพได้คมชัด
  • โดรนบินได้นาน 20 นาที ไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ
  • โดรนลอยตัวกลางอากาศได้นิ่ง ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยรักษาความนิ่ง

ทั้งสองชื่ออาจเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ชื่อที่สองจะดึงดูดความสนใจและสร้างอัตราการซื้อได้สูงกว่า นี่คือวิธีใช้จิตวิทยาของผู้ซื้อในการตั้งชื่อสินค้า และเราจะอธิบายองค์ประกอบเหล่านี้เพิ่มเติมในหัวข้อถัดไป

องค์ประกอบของชื่อสินค้าที่ดี

ก่อนตั้งชื่อสินค้า คุณต้องพิจารณาหกเรื่อง ปัจจัยทั้งหกนี้จะช่วยให้คุณสร้างชื่อที่ทั้งน่าสนใจและจูงใจให้ซื้อ

1. ต้องบอกว่าแก้ปัญหาอะไรได้

Elements Of A Great Product TitleElements Of A Great Product Title

ชื่อสินค้าต้องบอกผู้บริโภคได้ทันทีว่าสินค้าช่วยแก้ปัญหาอะไร ชื่อสินค้าในภาพหน้าจอด้านบนเสนอวิธีแก้ปัญหาไว้หลายอย่าง

  • เติมลมยางได้
  • พกพาได้
  • ใช้ได้กับยางหลายประเภท
  • แสดงค่าความดันลมได้
  • ปลอดภัยเพราะปิดเครื่องเองโดยอัตโนมัติ

ข้อความที่บอกว่าสินค้าแก้ปัญหาอะไรได้ยังเพิ่มโอกาสให้สินค้าติดอันดับในเครื่องมือค้นหา ทั้งบน Amazon และในผลการค้นหาทั่วโลก

A Great Product Title Must Solve A ProblemA Great Product Title Must Solve A Problem

ภาพด้านบนแสดงผลการค้นหาจาก Google Trends กราฟเส้นบอกว่ามีคนค้นหาคำว่า “เครื่องเติมลมยาง” เมื่อมีคนกำลังมองหาสินค้านี้ คุณจึงต้องใส่วลีที่บอกว่าสินค้าแก้ปัญหาอะไรได้ลงในชื่อสินค้า

ต่อไปนี้คือตัวอย่างเพิ่มเติมของชื่อสินค้าที่มีข้อความบอกว่าสินค้าแก้ปัญหาอะไรได้:

  • ที่ครอบหูตัดเสียงรบกวน
  • แก้วน้ำกันรั่วซึม
  • กระทะเคลือบกันติด
  • เครื่องชงกาแฟตั้งโปรแกรมได้

คำเหล่านี้ช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่น หากเหมาะสม ให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่กับข้อความส่วนนี้ในชื่อสินค้า

คุณวางข้อความนี้ไว้ถัดจากชื่อแบรนด์หรือก่อนชื่อสิ่งของได้ เช่น “กระทะทอดเคลือบกันติด” ผู้อ่านจะรู้ตั้งแต่แรกว่าสินค้าแก้ปัญหาอะไรและใช้ทำอะไร

หากสินค้าที่ใช้ชื่อแบบนี้ปรากฏในผลการค้นหา คุณก็มีโอกาสได้รับคลิกมากกว่าสินค้าที่ใช้ชื่อธรรมดา

2. ระบุชื่อสิ่งของและหมวดหมู่

Elements Of A Great Product Title Include The Item And Category NameElements Of A Great Product Title Include The Item And Category Name

คุณต้องระบุชื่อสิ่งของ เพราะนี่คือคำที่ผู้บริโภคพิมพ์ลงในช่องค้นหา ส่วนชื่อหมวดหมู่ช่วยให้สินค้าของคุณปรากฏในหมวดหมู่ที่เจาะจงบน Amazon หรือ Google Shopping

ชื่อสิ่งของต้องบอกว่าสินค้าคืออะไรและใช้ทำอะไร อย่าหาช่องโหว่ของระบบ เช่น อย่าเรียกสินค้าว่าหูฟังเฮดเซ็ตทั้งที่เป็นหูฟังเอียร์บัด และอย่าใช้คำว่า “ไร้สาย” หากสินค้าไม่ได้เป็นแบบไร้สาย

สำหรับชื่อหมวดหมู่ คุณใช้คำเหล่านี้ได้:

  • แฟชั่นผู้หญิง
  • เสื้อผ้าผู้ชาย
  • ของเล่นเด็ก

ตัวอย่างเช่น คุณอาจตั้งชื่อสินค้าว่า “รองเท้าหนัง แฟชั่นผู้ชาย” การใส่ชื่อหมวดหมู่ในชื่อสินค้าช่วยย้ำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้าคืออะไรและเหมาะกับใคร

การใช้คำนามทั่วไปหลายคำเป็นชื่อเรียกสิ่งของก็เป็นแนวทางที่ดี โดยเฉพาะสินค้าที่คนเรียกกันหลายแบบ

ตัวอย่างเช่น:

  • เสื้อเบลาส์ผู้หญิง เสื้อท่อนบน เสื้อทูนิค
  • รองเท้าหนังผู้ชาย รองเท้าโลฟเฟอร์ รองเท้าทางการ

คำค้นหาและคีย์เวิร์ดไม่เพียงช่วยให้สินค้าติดอันดับสูงขึ้น แต่ยังดึงดูดผู้บริโภคได้มากขึ้นด้วย บางครั้งคนคนหนึ่งอาจค้นหารองเท้าโลฟเฟอร์โดยเฉพาะเพื่อซื้อเป็นของขวัญ แต่กลับไม่รู้ว่ารองเท้าโลฟเฟอร์คืออะไร

ถ้าเขาเห็นเพียงคำว่า “รองเท้าหนัง” ในชื่อสินค้า เขาก็จะเลื่อนผ่านไป โดยไม่รู้ว่ารองเท้าโลฟเฟอร์กับรองเท้าหนังคือสิ่งเดียวกัน

3. ระบุชื่อแบรนด์

Mention The Brand Name In The Product TitleMention The Brand Name In The Product Title

ชื่อแบรนด์สำคัญเฉพาะเมื่อคุณขายสินค้าแบรนด์นั้น ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์

ภาพด้านบนระบุชื่อ “Anker” ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นที่รู้จัก หากดูชื่อผู้ขาย จะเห็นว่าเป็นผู้ผลิตเอง แต่ก็ยังใส่ชื่อแบรนด์ไว้ต้นชื่อสินค้า

พวกเขาทำเช่นนี้เพราะรู้ว่าชื่อแบรนด์มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อ แน่นอนว่าวิธีนี้สมเหตุสมผลก็ต่อเมื่อแบรนด์ที่คุณขายมีชื่อเสียงในทางที่ดี

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการใช้ชื่อแบรนด์มีดังนี้:

  • ใช้เฉพาะเมื่อแบรนด์นั้นเป็นที่นิยม
  • วางชื่อแบรนด์ไว้ต้นชื่อสินค้า
  • อย่าทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด อย่าใช้ชื่อแบรนด์หากสินค้าของคุณไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวอ้าง

ผู้ขายบางรายใช้ชื่อแบรนด์แต่ขายสินค้าปลอม แม้กลวิธีที่ไม่เหมาะสมนี้อาจได้ผล แต่คุณจะต้องเผชิญผลกระทบร้ายแรงในภายหลัง ลูกค้าจะยื่นเรื่องเรียกเงินคืนผ่านบัตรโดยอ้างว่าคุณฉ้อโกง และในที่สุดคุณจะไม่สามารถรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้อีก ไม่ว่าจะใช้ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินรายใด

คุณใช้ชื่อแบรนด์ได้ก็ต่อเมื่อสินค้าเป็นของแบรนด์นั้นหรือใช้งานร่วมกับแบรนด์นั้นได้ ตัวอย่างเช่น หากสินค้าของคุณเป็นฟิล์มกันรอยที่ใช้กับ iPhone 16 ได้ ก็ใช้คำว่า iPhone 16 ในชื่อสินค้าได้อย่างเหมาะสม

4. ใช้คีย์เวิร์ดที่คนค้นหา

Use Keywords That People Search For In Product TitlesUse Keywords That People Search For In Product Titles

ชื่อสินค้าด้านบนใช้คีย์เวิร์ดหลายคำที่ช่วยให้ค้นหาเจอ

คีย์เวิร์ดเหล่านี้ได้แก่:

  • โฟมล้างหน้า
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า
  • ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับใช้ทุกวัน
  • ผิวมัน
  • กรดไฮยาลูรอนิก
  • เซราไมด์
  • ไนอะซินาไมด์
  • ปราศจากน้ำหอม

คีย์เวิร์ดทั้งหมดนี้จะถูกจัดทำดัชนีไว้ในฐานข้อมูลการค้นหาของ Amazon ทำให้สินค้ามีโอกาสปรากฏเมื่อมีคนค้นหาคำเหล่านี้ Google ก็จะทำเช่นเดียวกันกับชื่อสินค้าในร้านค้าของคุณ

คีย์เวิร์ดสำคัญมากในการตลาด การขายออนไลน์ต่างจากการขายหน้าร้านอย่างมาก เมื่อซื้อจากหน้าร้าน ผู้คนจะเดินเข้าไปมองหาสินค้า แต่บนโลกออนไลน์จะไม่มีใครค้นหาคุณเจอเลยหากคุณไม่ใช้คีย์เวิร์ด เว้นแต่คุณจะจ่ายเงินลงโฆษณา

เริ่มจากเขียนคุณลักษณะของสินค้าออกมาเป็นรายการ ลองนึกว่าผู้บริโภคน่าจะพิมพ์อะไรลงในช่องค้นหาเมื่อต้องการสินค้าประเภทเดียวกับของคุณ

หากคุณขายตัวต่อสำหรับเด็ก การใช้แค่คำว่า “ตัวต่อสำหรับเด็ก” ในชื่อสินค้ายังไม่เพียงพอ

คุณใช้คีย์เวิร์ดเหล่านี้ได้:

  • เกมปริศนาสำหรับเด็ก
  • กิจกรรมฝึกสมองสำหรับเด็ก
  • ของเล่นเด็กอายุ 1 ถึง 3 ปี
  • ของเล่นเป็นของขวัญสำหรับเด็ก

อย่าใช้ทุกคำ ให้เลือกเพียงบางคำมารวมเป็นชื่อที่อ่านเข้าใจและสอดคล้องกัน คุณใช้ Google Trends เพื่อค้นคว้าได้ ด้านล่างเป็นตัวอย่างที่ดี:

Google Trends Example 1Google Trends Example 1

ใต้กราฟนี้ยังมีคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่ Google ระบุว่ามีคนค้นหา

Google Trends Example 2Google Trends Example 2

หากสินค้าของคุณตรงกับคีย์เวิร์ดใด เช่น “ตัวต่อกระดาษแข็ง” ให้ใช้คำนั้นเพื่อให้ค้นหาสินค้าเจอได้ง่ายขึ้น ทั้งใน Google Search และ Google Shopping

5. จุดเด่นที่สุดของสินค้า

Best Product Feature In Dropshipping Product TitleBest Product Feature In Dropshipping Product Title

สินค้าทุกชิ้นมีคุณสมบัติเฉพาะ จุดเด่นที่สุดของสินค้าด้านบนคือมีพอร์ตเจ็ดช่อง ซึ่งบอกผู้ซื้อได้ทันทีว่าฮับ USB นี้เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุดเจ็ดเครื่อง

คุณสมบัติเด่นอีกอย่างของสินค้านี้คือสายยาว 3.3 ฟุต เรื่องนี้สำคัญเพราะการจัดวางคอมพิวเตอร์บางแบบต้องใช้สายยาว

หากต้องการให้คนคลิก คุณต้องทำแบบเดียวกันกับชื่อสินค้าของคุณ การระบุคุณสมบัติหนึ่งหรือสองอย่างก็เพียงพอ อย่ายัดคุณสมบัติลงไปมากเกินไปจนชื่อสินค้าอ่านไม่รู้เรื่อง

6. ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เพื่อเน้นข้อความ

เขียนชื่อสินค้าให้ถูกหลักไวยากรณ์ คำนามเฉพาะควรขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่กับอักษรตัวแรกของคำแรกด้วย เพราะเป็นชื่อสินค้า

ในบางกรณีคุณต้องไม่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่กับอักษรบางตัว ซึ่งจะอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อถัดไป

คุณใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทุกตัวเพื่อเน้นได้เพียงไม่กี่คำ แต่อย่าทำเช่นนี้กับชื่อทั้งชื่อ Google ไม่ชอบวิธีนี้และระบบจะมองว่าเนื้อหาของคุณเป็นสแปม หากเกิดขึ้น คุณจะเสียโอกาสติดอันดับในเครื่องมือค้นหา

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการตั้งชื่อสินค้า

มีบางสิ่งที่คุณไม่ควรทำเด็ดขาดในการตั้งชื่อสินค้า เพราะอาจลดโอกาสขายได้ แม้คุณจะเห็นผู้ขายบางรายทำ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นแนวทางธุรกิจที่ดี

1. อย่าใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

ชื่อสินค้าที่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดอ่านยาก

ไม่ได้หมายความว่าการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เป็นเรื่องผิด มีบางกรณีที่เหมาะจะใช้ และคุณต้องใช้เมื่อหลักไวยากรณ์กำหนด

ตัวอย่างเช่น:

  • USB 3.0 แบบ 7 พอร์ต
  • เตาปิ้งย่าง BBQ แบบพกพา
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ Android ของ SAMSUNG

ในตัวอย่างด้านบน คำว่า USB และ BBQ ควรใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด เพราะเป็นรูปแบบการเขียนปกติของคำเหล่านี้ ส่วนตัวพิมพ์ใหญ่อื่นๆ ไม่ได้เกี่ยวกับกฎไวยากรณ์ในการเขียนชื่อ เช่น การขึ้นต้นคำด้วยตัวพิมพ์ใหญ่

Samsung ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดเพื่อเน้นแบรนด์ ที่จริงแล้วชื่อ Samsung ไม่ได้มีรูปแบบการเขียนเฉพาะ ต่างจากแบรนด์อย่าง LG ที่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งสองตัว หรือ FedEx ที่ต้องใช้ “F” และ “E” เป็นตัวพิมพ์ใหญ่

2. อย่าใช้คำคุณศัพท์ที่เป็นความคิดเห็น

คำคุณศัพท์ที่เป็นความคิดเห็นใช้บรรยายสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เป็นมุมมองส่วนบุคคล

ตัวอย่างเช่น:

  • ดีที่สุด
  • สวยงาม
  • โปรด
  • อร่อย

คุณพิสูจน์ไม่ได้ว่าสินค้าของคุณดีที่สุด หรือแม้แต่สวยงาม คำบรรยายเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องตัดสินเอง แม้ผู้ขายหลายรายจะใช้คำแบบนี้เพื่อทำ SEO แต่คุณก็ไม่ควรทำตาม

หากทำเช่นนี้ สินค้าของคุณจะดูราคาถูกและไม่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าสินค้าสวยงาม ดีที่สุด หรืออร่อยจริง ทำไมต้องใช้คำเหล่านี้บอกด้วย

แทนที่จะใช้คำคุณศัพท์ที่เป็นความคิดเห็น ให้ใช้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เช่น แบตเตอรี่ 10,000 Mah หรือ “สายยาว 3 ฟุต”

3. อย่าทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด

Do Not Mislead The Reader In Your Dropshipping Product TitleDo Not Mislead The Reader In Your Dropshipping Product Title

แม้คนทั่วไปจะดูไม่ใส่ใจนัก แต่การใช้คำที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดก็ไม่ใช่เรื่องดี สินค้าในภาพด้านบนใช้คำว่า “ขนาดใหญ่พิเศษ” ทั้งที่ไม่ได้ใหญ่พิเศษและจุคนหกคนไม่ได้

สระยาวเพียง 120 เซนติเมตรหรือประมาณสี่ฟุต แล้วจะเรียกว่าขนาดใหญ่พิเศษได้อย่างไร ภาพที่สองใช้คำอย่าง “สระน้ำสุนัข” “อ่างอาบน้ำ” “ขนาดใหญ่พิเศษ” และอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริง

แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจไม่ติดใจกับคำบรรยายแบบนี้ แต่บางคนก็ใส่ใจ ด้านล่างคือความคิดเห็นจากผู้ซื้อสระแรกที่ไม่พอใจ

Bad Reviews Due To Bad Product TitleBad Reviews Due To Bad Product Title

ผู้ซื้อรายนี้บ่นว่าสระที่บอกว่า “ใหญ่โต” ไม่ได้ใหญ่เลย ลองอ่านความคิดเห็นแล้วจะเห็นว่าลูกค้าอ้างถึงคำว่า “ใหญ่โต” หลายครั้ง และไม่พอใจอย่างมาก

4. อย่าตั้งชื่อเชิงศิลปะให้สินค้าทั่วไป

แม้ชื่อแบบนี้อาจฟังติดหูและขำขัน แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในปัจจุบันระแวง เพราะฟังดูไม่จริงใจ นอกจากนี้ คุณยังเสี่ยงใช้ชื่อที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว

การตั้งชื่อเชิงศิลปะสมเหตุสมผลเฉพาะเมื่อคุณขายงานศิลปะ เช่น หากคุณขายภาพพิมพ์แคนวาสหรือโปสเตอร์รูปนกตัวเดียวแบบดรอปชิป คุณอาจตั้งชื่อว่า “รักที่สูญหาย” แล้วตามด้วยชื่อสินค้าจริง

ควรตั้งชื่อสินค้าแบบผู้ขายบน Amazon และ AliExpress หรือไม่

Title Products Like Sellers Do On Amazon And AliExpressTitle Products Like Sellers Do On Amazon And AliExpress

มีเทคนิคหนึ่งที่ผู้ขายบน Amazon และ AliExpress จำนวนมากใช้ หากอ่านชื่อสินค้าด้านบน จะเห็นว่าระบุชื่อแบรนด์คอมพิวเตอร์หลายแบรนด์ ทั้งที่สินค้าไม่ใช่แล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์

ผู้ขายทำเช่นนี้เพื่อบอกผู้อ่านและเครื่องมือค้นหาว่าสินค้าเป็นฮับ USB ที่ใช้ร่วมกับแบรนด์เหล่านี้ได้

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการยัดคีย์เวิร์ด แม้จะเป็นแนวทางที่ไม่ดี แต่บางครั้งก็มีประโยชน์ หากทำอย่างระมัดระวังและมีจุดประสงค์ชัดเจน

คุณควรทำแบบเดียวกันกับชื่อสินค้าหรือไม่ คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับกรณี” หากคุณขายแบบดรอปชิปบน Amazon คุณก็ต้องใช้เทคนิคเดียวกัน ไม่มีทางเลือกอื่น สินค้าของคุณจะแข่งขันไม่ได้หากไม่ทำ

ประโยชน์ของเทคนิคนี้บน Amazon มีดังนี้:

  • ติดอันดับดีขึ้นในเครื่องมือค้นหา
  • ภาพตัวอย่างมีโอกาสได้รับคลิกมากขึ้นเมื่อลูกค้าเห็นชื่อแบรนด์เหล่านี้
  • เลือกเจาะจงคำค้นหาที่ต้องการได้

จำไว้ว่าต้องเริ่มต้นด้วยชื่อสินค้าจริงของคุณ ตัวอย่างด้านบนระบุว่า “ฮับ USB 3.0 แบบ 7 พอร์ต” เมื่ออยู่ท่ามกลางภาพตัวอย่างหลายภาพ ผู้บริโภคก็ยังอ่านรู้ว่าสินค้าคืออะไร โดยมีชื่อแบรนด์เป็นข้อมูลประกอบ

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้หากคุณขายสินค้าเองผ่านร้านดรอปชิปบน Shopify ของคุณ คุณไม่มีเหตุผลต้องทำเช่นนั้น เพราะไม่ได้กำลังแข่งกับใครเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

คนที่อยู่บนหน้าสินค้าของคุณใน Shopify จะไม่เห็นสินค้าอื่นนอกจากสินค้าของคุณ จึงไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อแบรนด์เหล่านี้ เพราะผู้เข้าชมจะอ่านรายละเอียดสินค้าอยู่แล้ว

การใช้เทคนิคเดียวกันในร้าน Shopify ของคุณเองยังทำให้หน้าสินค้าดูไม่เป็นมืออาชีพ รก และชวนสับสน ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคออกจากร้าน

เครื่องมือสร้างและปรับปรุงชื่อสินค้าฟรี

การตั้งชื่อสินค้าให้ดีเป็นทั้งศิลปะและทักษะ ทักษะนี้เรียกว่าการเขียนโฆษณา แทนที่จะเรียนเขียนโฆษณา ทางที่ดีที่สุดคือใช้โปรแกรมที่มีให้ใช้อยู่แล้ว

บนอินเทอร์เน็ตมีเครื่องมือสร้างและปรับปรุงชื่อสินค้ามากมาย แต่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินกับเครื่องมือสร้างชื่อสินค้า เพราะ AI ใช้ได้ฟรีโดยไม่มีข้อจำกัด คุณจึงเลือกใช้ ChatGPT หรือ Google Gemini ได้

1. ChatGPT

ChatGPT To Create Dropshipping Product Page TitlesChatGPT To Create Dropshipping Product Page Titles

การใช้พรอมต์ที่เหมาะสมมีผลต่อคำตอบที่ ChatGPT จะให้คุณ พรอมต์ก็คือคำสั่งที่บอกว่าคุณต้องการให้ทำอะไร

หากลบคำว่า “สายยาว 3 ฟุต” ออกจากพรอมต์ AI ก็จะไม่ใส่ข้อความนี้ลงไป แต่ AI อาจใส่ข้อความบางอย่างที่คุณไม่ได้สั่งไว้:

ChatGPT Cons For Using It For Product Title On Dropshipping Product PagesChatGPT Cons For Using It For Product Title On Dropshipping Product Pages

ภาพหน้าจอด้านบนใช้คำอย่าง “ถ่ายโอนข้อมูล” “รองรับหลายอุปกรณ์” และ “ใช้งานร่วมกันได้” ซึ่งไม่ได้อยู่ในพรอมต์ คุณเป็นคนตัดสินใจว่าจะเก็บหรือลบคำเหล่านี้

2. Google Gemini

Google Gemini To Create Product TitlesGoogle Gemini To Create Product Titles

สำหรับงานนี้ Gemini ทำได้ดีกว่า ChatGPT เล็กน้อย ภาพด้านบนใช้พรอมต์เดียวกัน แต่ Gemini ให้ตัวเลือกมากกว่า ชื่อบางส่วนเน้นความเร็วและจำนวนพอร์ตของฮับ ส่วนกลุ่มที่สองเน้นความเข้ากันได้กับอุปกรณ์

เมื่อเลื่อนลงไปด้านล่าง จะมีตัวเลือกอื่นที่เน้นการใช้งาน ส่วนกลุ่มสุดท้ายตรงประเด็นและกระชับกว่ามาก

How To Use Google Gemini For Product TitlesHow To Use Google Gemini For Product Titles

หากปรับพรอมต์เล็กน้อย Gemini ก็จะให้ผลลัพธ์ชุดใหม่เช่นกัน

How To Use Google Gemini For Product Titles 2How To Use Google Gemini For Product Titles 2

ความแตกต่างระหว่างพรอมต์แรกกับพรอมต์ที่สองคือ พรอมต์ที่สองมีคำสั่งเจาะจงให้ใส่ทุกคำลงในชื่อสินค้า

คุณอาจสังเกตว่า Gemini ใช้คำอย่างใช้ได้ทั่วไป รองรับอุปกรณ์หลากหลาย และรองรับหลายอุปกรณ์ แม้พรอมต์จะไม่ได้ระบุไว้

3. Ahrefs Product Title Builder

Ahrefs Product Title BuilderAhrefs Product Title Builder

Ahrefs เป็นเครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ดเป็นหลัก เครื่องมือของบริษัทมีราคาสูง แต่เครื่องมือสร้างชื่อสินค้าใช้ได้ฟรี ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Ahrefs กับเครื่องมือ AI อื่นคือคุณอัปโหลดภาพลงใน Ahrefs เพื่อให้ AI วิเคราะห์ได้

Ahrefs Product Title Builder 1Ahrefs Product Title Builder 1
Ahrefs Product Title Builder 2Ahrefs Product Title Builder 2

หลังอัปโหลดภาพและข้อความแล้ว คุณเลือก “น้ำเสียง” ที่ต้องการได้ คลิกปุ่มสร้าง แล้วผลลัพธ์จะแสดงขึ้นมา

Ahrefs Product Title Builder 3Ahrefs Product Title Builder 3

มีชื่อสินค้าให้สามเวอร์ชัน และ AI ยังตั้งชื่อสินค้าเอง เช่น PowerHub 7 และ ChargeMaster ดูน่าสนใจ แต่ควรระวังในการใช้ชื่อเหล่านี้ เพราะอาจมีคนใช้อยู่แล้ว

ลองค้นหาทางออนไลน์ว่ามีคนใช้ชื่อเหล่านี้อยู่หรือไม่ หากมี ให้เลือกชื่ออื่น Ahrefs ยังมีเครื่องมือ AI สำหรับเขียนรายละเอียดสินค้า ใช้คู่กับเครื่องมือสร้างชื่อสินค้า แล้วคุณจะได้ข้อความขายสินค้าดรอปชิปครบชุด

สรุป

ชื่อสินค้าคือสิ่งถัดไปที่คนดูหลังจากภาพ หากคุณไม่สื่อว่าสินค้าใช้ทำอะไรหรือมีอะไรพิเศษ ผู้เข้าชมก็มีแนวโน้มจะคลิกสินค้าของคู่แข่งแทน

สินค้าโดยส่วนใหญ่จากรายการสินค้าใน Tradelle ใช้หลักการตั้งชื่อสินค้าเหล่านี้ คุณไม่ต้องเสียเวลาค้นคว้าคีย์เวิร์ดมากมาย เพราะ Tradelle ทำให้แล้ว เมื่อมีเครื่องมือนี้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือสร้างชื่อสินค้าอีก ลองใช้เลย ฟรี!

ลองใช้ Tradelle
ค้นหาสินค้าขายดีมาขาย วิเคราะห์คู่แข่ง และทำให้ร้านค้าของคุณทำงานอัตโนมัติ
เริ่มใช้งานฟรี

Kurt Torres

Kurt Torres
E-Commerce Writer at Tradelle
แชร์:
ลองใช้ Tradelle
ค้นหาสินค้าขายดีมาขาย วิเคราะห์คู่แข่ง และทำให้ร้านค้าของคุณทำงานอัตโนมัติ
เริ่มใช้งานฟรี

อ่านบทความยอดนิยมในวงการ E-Commerce

  • ดรอปชิปคืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร

    ทั่วไป
    ดรอปชิปคืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร
    ทำความเข้าใจดรอปชิปและขั้นตอนเริ่มธุรกิจออนไลน์ของคุณเอง
    อ่าน 16 นาที
  • คู่มือค้นหาสินค้าขายดีบน AliExpress

    การวิจัยสินค้า
    คู่มือค้นหาสินค้าขายดีบน AliExpress
    ค้นพบกลยุทธ์ชั้นนำในการค้นหาสินค้าที่ตลาดต้องการสูงและทำกำไรได้บน AliExpress
    อ่าน 15 นาที
  • 13 วิธีเพิ่มผู้เข้าชมร้านดรอปชิปของคุณ

    การตลาด
    13 วิธีเพิ่มผู้เข้าชมร้านดรอปชิปของคุณ
    เรียนรู้กลยุทธ์ดึงผู้เข้าชมร้านค้า พร้อมแนวทางทำโฆษณาให้ได้ผล
    อ่าน 23 นาที
  • 12 วิธีเพิ่มยอดขายบน Shopify

    การปรับปรุงร้านค้า
    12 วิธีเพิ่มยอดขายบน Shopify
    เรียนรู้หลากหลายวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าของคุณ
    อ่าน 16 นาที

อย่าทำดรอปชิปแบบปี 2017

ลองนึกภาพว่ามีคนถามว่าคุณใช้ซัพพลายเออร์เจ้าไหน แล้วคุณต้องตอบว่าเป็นตัวแทนจัดหาสินค้าส่วนตัว หรือ AliExpress หรือเครื่องมืออัตโนมัติที่แค่ซื้อสินค้าจาก AliExpress ให้คุณ นี่ปี 2026 แล้ว ผลดีจะเกิดกับทั้งลูกค้า รายได้ และกำไรของคุณ